ฐานชุมพร เกษตรกรรม

เกษตรกรโวยคำสั่ง คสช.ไม่ขลัง นายทุนดื้อเพ่งยึดที่ สปก.กว่า 6 พันไร่ยืดเยื้อนาน 2 ปีแล้ว

โวยคำสั่ง คสช.ไม่ขลัง ชาวบ้าน 300 คน บุกศาลากลางจังหวัดชุมพร เรียกร้องให้ “นายกลุงตู่” จัดการบริษัทนายทุนยักษ์ใหญ่ยึดที่ดิน สปก.โดยมิชอบกว่า 6 พันไร่  ยังดื้อแพ่งปล่อยยืดเยื้อมานาน 2 ปีแล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 5 มิ.ย.61 นายกฤษฎ์ แก้วรักษ์ นายอวยพร มีเพียร ตัวแทนศูนย์ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรผู้เดือดร้อนไม่มีที่ดินทำกิน จ.ชุมพร นายนิยม สังข์เอียด นายก อบต.หงสษ์เจริญ นำชาวบ้านประมาณ 300 คน มารวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามนโยบายคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 36/2559  เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย ได้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.59  ซึ่งในส่วนของจังหวัดชุมพร ได้ดำเนินมาตรการดังกล่าวยึดคืนที่ดิน สปก.ครอบครองโดยมิชอบจากบริษัทนายทุนกว่า 6,400 ไร่  จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถนำมาจัดสรรให้กับเกษตรกรได้ตามนโยบายดังกล่าว โดยนายเลิศพรชัย ไชยฤทธิ์ รอง ผวจ.รักษาราชการแทน ผวจ.ชุมพร ได้เชิญแกนนำและเกษตรกรทั้งหมดพร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปพูดคุยปัญหาที่ห้องประชุมบนศาลากลางจังหวัด

นายกฤษฎ์ แก้วรักษ์ ผู้แทนศูนย์ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรผู้เดือดร้อนไม่มีที่ดินทำกิน จ.ชุมพร กล่าวว่า สำนักงานปฏิรูปที่ดิน(สปก.)จังหวัดชุมพร ได้เข้าดำเนินการตามคำสั่ง คสช. ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบ โดยตรวจยึดที่ดินจำนวนกว่า 6,400 ไร่ ในท้องที่ตำบลหงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ที่มี บริษัท สหไทยน้ำมันพืช จำกัด ครอบครองอยู่ โดยดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถนำที่ดินมาจัดสรรให้เกษตรกรได้ซึ่ง สปก.ชุมพร ทำได้แค่เพียงส่งหนังสือแจ้งให้บริษัทดังกล่าวทราบแล้วให้รื้อถอนทรัพย์สินออกจากพื้นที่ ซึ่งเป็นไปในลักษณะส่งหนังสือแจ้งแล้วแจ้งอีกจนมาถึงปัจจุบันนี้นาน 2 ปีแล้ว ซึ่งคำสั่ง คสช.ถือว่าเป็นอำนาจเด็ดขาดแต่ยังทำอะไรไม่ได้จนจะหมดยุครัฐบาล คสช.อยู่แล้ว

นายกฤษฎ์กล่าวต่อว่าพวกเราไม่เชื่อ สปก.ชุมพรอีกต่อไปเพราะรอมานานแล้ว และจากนี้ไปหากหน่วยงานเกี่ยวข้องไม่เข้าดำเนินการพวกเราชาวบ้านจะทำหน้าที่แทนหน่วยงานรัฐเข้ายึดที่ดิน สปก.ที่ถูกบริษัทนายทุนครอบครองโดยมิชอบกลับคืนมาเอง

ด้านนายนิรัตน์ จันทร์สุวรรณ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดชุมพร กล่าวว่าหลังจากมีคำสั่ง คสช.ถึงนโยบายดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการตรวจสอบหลักฐานแสดงสิทธิในที่ดินของผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ลงวันที่ 14 ก.ค. 59 โดยได้อาศัยอำนาจตามคำสั่งดังกล่าว ออกประกาศ ส.ป.ก. ที่ 8/2559  เรื่อง กำหนดพื้นที่เป้าหมายการดำเนินการกับผู้ถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบ ลงวันที่ 12 ก.ค. 59  กำหนดให้ที่ดินแปลงหมายเลข No 83 เนื้อที่ประมาณ 6,415.13 ไร่ อยู่ในท้องที่ตำบล หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ซึ่งมีบริษัท สหไทยน้ำมันพืช จำกัด อ้างกรรมสิทธิ์ครอบครอง และต่อมาบริษัทฯได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งของ ส.ป.ก.ชุมพร ที่สั่งให้บริษัทฯออกจากพื้นที่และรื้อถอนทำลายอาคารสิ่งปลูกสร้างในแปลงที่ดินดังกล่าว และศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 30 ก.ย.59 ไม่รับคำฟ้องของบริษัทฯไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสาระบบความ แต่บริษัทดังกล่าวยังได้ร้องเรียนและร้องขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งในจังหวัดและระดับประเทศเรื่อยมา

นายนิรัตน์กล่าวว่า และต่อมา สปก.ชุมพร ได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกา(คณะที่ 7)ได้มีคำวินิจฉัยที่ 339/2560  วินิจฉัยว่าพื้นที่ป่าบริเวณดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เป้าหมายที่จะดำเนินการกับผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมายให้ สปก.นำที่ดินมาจัดให้กับเกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินต่อไป หลังจากนั้นก็มีการแจ้งให้บริษัทฯทราบตามขั้นตอนและน้ำป้ายไปติดประกาศให้ทราบเพื่อจะใช้มาตรการทางกฎหมาย แต่บริษัทก็มีการยื่นเรื่องร้องเรียนและขอความเป็นธรรมไปยังจังหวัดชุมพรและศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร ว่ามีการข่มขู่ซึ่งปัญหาทั้งหมดทำให้การดำเนินการล่าช้า ซึ่งในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ก็จะมีการประชุมทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการสนธิกำลังทุกภาคส่วนเข้าดำเนินการตรวจยึดรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ยึดครองของบริษัทฯในวันที่ 12 มิ.ย.61 เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและคำสั่ง คสช. ส่วนผลจะเป็นเช่นไรจะมีคำตอบที่ชัดเจนแจ้งกับทุกๆคนได้ทราบโดยทั่วกัน.