ข่าวทั่วไป ฐานชุมพร เศรษฐกิจ การเมือง

แชร์ว่อนสายรัด เอกสารรับบัตรเลือกตั้ง ส.ส.ทิ้งถังขยะห้องน้ำ ผอ.กกต.แจงไม่มีผลต่อทุจริต


สตอรี่ทราเวลกรุ๊ป(กดอ่านรายละเอียดhttp://สตอรี่ทราเวลกรุ๊ป


แชร์ว่อนชวนสงสัยพบ สายรัด เอกสารรับบัตรเลือกตั้ง ส.ส.ทิ้งถังขยะห้องน้ำในปั้มน้ำมัน ด้าน ผอ.กกต.ชุมพร แจงเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีผลต่อการทำทุจริต แต่เอาไปทิ้งทำลายในที่ไม่เหมาะสม พร้อมตรวจสอบตักเตือนเจ้าพนักงานที่ดำเนินการ

วันที่ 26 มีนาคม 62 จากกรณีมีผู้นำเอกสารการตรวจรับบัตรเลือกตั้ง ส.ส. และสายรัดบัตรเลือกตั้งที่ระบุรหัสและชื่อผู้รับบัตร จำนวนหนึ่งถูกนำไปทิ้งไว้ที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งบริเวณใกล้สถานีรถไฟชุมพร เขตเทศบาลเมืองชุมพร แล้วนำไปแชร์ในสื่อออนไลน์และส่งต่อกันจนเป็นที่แพร่หลาย พร้อมกับระบุว่า “ผู้เกี่ยวข้องอธิบายด้วยครับ…ทำไมของแบบนี้ถึงไปอยู่ถังขยะห้องน้ำปั้มน้ำมันพิกัดปั้มทองมีชุมพร(ริมทางรถไฟ) จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆขณะนี้

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวต่อมา ร.ต.อ.หญิง ฐาปนีย์  มหาพชราอรุณใหม่ ผอ.สนง.กกต.ประจำจังหวัดชุมพร ได้ออกหนังสือชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า  ตามที่มีข่าวทางสื่อ Socail media เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง จากการตรวจสอบแล้วพบว่า  อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ก่อนกระบวนการลงคะแนนเลือกตั้ง ในขั้นตอนการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งก่อนการลงคะแนน  ซึ่งเมื่อเข้าสู่การเตรียมการลงคะแนนในวันเลือกตั้งจะต้องทำการตัดสายรัดเพื่อนำบัตรเลือกตั้งมาเตรียมใช้ในการลงคะแนน  และนำเอกสารปิดช่องสำหรับหย่อนบัตรออก  ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยเปิดเผย ต่อหน้าผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่ร่วมเป็นสักขีพยานอยู่ จึงไม่เป็นเหตุให้การเลือกตั้งนั้นไม่สุจริตเที่ยงธรรมแต่อย่างใด 


ร.ต.อ.หญิง ฐาปนีย์  มหาพชราอรุณใหม่

อย่างไรก็ตาม  การจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ไปทิ้งหรือนำไปเพื่อทำลายในลักษณะดังกล่าว ในภาพรวมหรือมุมสะท้อนของสังคมอาจไม่เหมาะสมนัก  ซึ่งจะได้นำไปสังเคราะห์เป็นประเด็นหนึ่งในการถอดบทเรียนและปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการให้รัดกุม  รอบคอบ  ตักเตือนเน้นย้ำให้ระมัดระวังการกระทำที่ล่อแหลมดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ ร.ต.อ.หญิง ฐาปนีย์  มหาพชราอรุณใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์และเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ หากเป็นข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น อาจเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ได้