ข่าวทั่วไป ฐานชุมพร

ดับเพลิงไม่พร้อมไฟไหม้รถพ่วง22ล้อรอนานนับชั่วโมงต้องช่วยกันดับเองหวิดวอดทั้งคัน

รถพ่วง 22 ล้อบรรทุกทุเรียน 18 ตันส่งประเทศจีน ล้อยางเกิดระเบิดไฟโหมไหม้ ดับเพลิงไม่พร้อมรอนานนับชั่วโมง เถ้าแก่ต้องสั่งให้คนงานนำน้ำใส่ถังขับรถกระบะจาก อ.หลังสวน วิ่งไกล 50 กม.มาดับไฟเอง แต่น้ำไม่พอต้องไปเอาจากแอ่งข้างทาง ตำรวจ กู้ภัย ชาวบ้านช่วยเต็มที่ ตู้คอนเทนเนอร์หวิดวอดแค่เสียหายบางส่วน


สตอรี่ทราเวลกรุ๊ป (กดอ่านรายละเอียด)

สตอรี่ทราเวลกรุ๊ป (กดอ่านรายละเอียด)

เหตุการณ์ไฟไหม้รถพ่วง 22 ล้อ บรรทุกทุเรียนส่งต่างประเทศเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 19 ส.ค.62 ร.ต.อ.อารัทธ์ รักษาวงศ์ รอง สว.(สอบสวน)สภ.วิสัยเหนือ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 เกิดเหตุไฟไหม้รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ที่บริเวณถนนเพชรเกษม กม.17 หมู่ที่ 1 ตำบลวิสัย16เหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วรุดไปตรวจสอบ โดยมี พ.ต.อ.วรพล ปาลรัตน์ ผกก.สภ.วิสัยเหนือ เดินทางมาอำนวยการด้วยตนเอง พร้อมด้วย ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ กลับสวัสดิ์ รอง สวป. และ ด.ต.บุญส่ง โพธิ์สวรรค์ ผบ.หมู่ สทล.4 กก.2 ชุมพร หน่วยกู้ภัยสายชลมูลนิธิชุมพร

ที่เกิดเหตุบนถนนเลนซ้ายช่องทางขาขึ้นพบรถพ่วง 22 ล้อ ฮีโน่ ทะเบียน 70-5790 เชียงใหม่ ตัวพ่วงทะเบียน 70-5504 เชียงใหม่ บรรทุกทุเรียนมาเต็มตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 18 ตัน ไฟกำลังโหมไหม้ที่ล้อยางช่วงตัวพ่วงหลัง พร้อมกับประสานไปยังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.วิสัยเหนือ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร ให้นำรถน้ำมาช่วยดับไฟที่กำลังโหมไหม้ และได้ปิดกั้นการจราจรขาขึ้นชั่วคราวห้ามรถสัญจรกลัวจะได้รับอันตราย  ขณะที่คนขับได้แยกหัวลากออกจากตัวพ่วงไปจอดยังริมทางจุดที่ปลอดภัย เนื่องจากหัวลากมีน้ำมันอยู่เต็มถังอาจว่าจะเกิดการระเบิดขึ้นได้

ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ซึ่งรอรถดับเพลิงจาก อบต.วิสัยเหนือ ที่อยู่ไม่ไกลมากนักนานประมาณ 1 ชั่วโมงก็ยังไม่มา ขณะที่ไฟได้โหมไหม้ล้อยางตัวพ่วงหลังหมดทั้ง 12 ล้อ จนหมดเหลือแต่กระทะล้อ แล้วไฟได้ลุกลามไหม้ไปยังชิ้นส่วนต่างๆใต้ท้องรถและโหมไหม้ขึ้นไปยังตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็น้หล็กหนาจนสีเคลือบหลุดล่อนออกจนเห็นเนื้อเหล็ก

กระทั่งต่อมาได้มีคนงานจากล้งรับซื้อทุเรียนของบริษัท แคนแมนกรุ๊ป จำกัด จำนวน 7 คน ขับรถกระบะบรรทุกกะละมังและถังใส่น้ำมาช่วยดับไฟที่กำลังโหมไหม้อย่างรุนแรงกันอย่างโกลาหล แต่น้ำมีไม่เพียงพอจึงต้องวิ่งกันลงไปตักน้ำมาจากในแอ่งน้ำที่อยู่ริมถนนใกล้จุดเกิดเหตุ และมีตำรวจ หน่วยกู้ภัย ชาวบ้านจำนวนหนึ่งมาช่วยกันดับไฟ บางคนก็นำขวดน้ำดื่มมาช่วยราดดับไฟ ซึ่งเป็นไปอย่างชุลมุนวุ่นวาย จนสามารถช่วยดับไฟให้มอดลงได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีคุกกรุ่นขึ้นมาเรื่อยๆ

ต่อมาได้มีรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลวังไผ่ ซึ่งอยู่บริเวณสี่แยกปฐมพร ห่างจากจุดเกิดเหตุเกือบ 20 กิโลเมตร ที่ได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ สามารถฉีดน้ำจนไฟสงบลงได้ ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์เสียหายบางส่วน หลังจากไฟสงบได้ไม่นานรถดับเพลิงของ อบต.วิสัยเหนือก็มาถึงที่เกิดเหตุ ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยคาดว่าทุเรียนจำนวน 18 ตัน มูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท ภายในตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งถูกความร้อนเผาไหม้นานราว 2 ชั่วโมงได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง

นายกิตติศักดิ์ ดาทอง อายุ 37 ปี กล่าวว่าตนเป็นคนงานล้งรับซื้อทุเรียนของ บริษัท แคนแมนกรุ๊ป จำกัด ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.หลังสวน เถ้าแก่ได้สั่งการให้ตนพร้อมคนงานอีกราว 7 คน นำน้ำใส่ถังและกะละมังเท่าที่มีอยู่บรรทุกมากับรถยนต์กระบะ ให้มาช่วยกันดับไฟที่กำลังโหมไหม้ตู้คอนเทรนเนอร์ หลังจากที่คนขับรถพ่วงคันเกิดเหตุโทรไปบอกเถ้าแก่ว่าไฟไหม้นานนับชั่วโมงแล้วแต่ยังไม่มีรถดับเพลิงมาแม้แต่คันเดียว พวกตนจึงรีบขับรถออกมาจากพื้นที่ อ.หลังสวน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 กิโลเมตร แต่น้ำไม่เพียงพอซึ่งก็ยังถือว่าโชคดีที่มีแอ่งน้ำอยู่ริมถนน จึงช่วยกันตักขึ้นมาดับไฟจนสามารถสกัดไฟไว้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ไฟก็ยังคุกกรุ่นขึ้นมาเรื่อยๆ จากนั้นไม่นานมีรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลวังไผ่ วิ่งมาถึงและช่วยฉีดน้ำทำให้ไฟดับไปได้ในที่สุด

ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่สอบสวน นายคมกริช ชูชาติ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 7 ตำบลสะเดา อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ คนขับรถพ่วง 22 ล้อ คันเกิดเหตุกล่าวว่าตนขับรถบรรทุกทุเรียนทั้งหมด 18 ตัน จากล้งในอำเภอหลังสวน จะไปส่งต่อยังประเทศจีน บริเวณแม่น้ำโขง ด้าน จ.นครพนม เมื่อถึงที่เกิดเหตุล้อยางด้านซ้ายของตัวพ่วงเกิดระเบิดแล้วรถได้วิ่งไหลมาอีกประมาณ 200 เมตร จากนั้นได้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นจึงจอดรถบริเวณไหล่ทางแล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือดังกล่าว.