คอลัมน์ สกู๊ป บทความ ฐานชุมพร ท่องเที่ยว กีฬา

หาดทรายรีเปลี่ยนไปงบ82ล้านสร้างเขื่อนกันตลิ่งยาวกว่า600ม.

หาดทรายรีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามของชุมพร กำลังเปลี่ยนไปหลังกรมโยธาธิการทุ่มงบกว่า 80 ล้าน ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งตลอดแนวกว่า 600 เมตร ชาวบ้านหวั่นผลกระทบ

วันที่ 21 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณริมหาดทรายรี ตำบลหาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร แหล่งท่องเที่ยวมีชายหาดสวยงาขึ้นชื่อของ จ.ชุมพร ในอดีตเป็นพระตำหนักที่ประทับของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ เสด็จเตี่ย หรือหมอพร และเป็นแหล่งเรียนรู้ยาสมุนไพรตำหรับหมอพร หลังพระองค์สวรรคตปัจจุบันได้มีการสร้างพระตำหนักที่ประดิฐษฐานพระบรมรูปของพลเรือเอกเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดศักดิ์ มีประชาชนจากทั่วสารทิศมากราบไหว้สักการะอย่างไม่ขาดสาย ด้านหน้าชายหาดจะมีเกาะเล็กเกาะน้อยจำนวนมากมองดูสวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยวทางทะเลอย่างมากดังคำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า “ชุมพร ประตูภาคใต้ ไหว้เสด็จในกรม ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี ดีกล้วยเล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก”

วันนี้ชายหาดที่สวยงามกำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อ กรมโยธาธิการและผังเมือง มีโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล ที่ พื้นที่ชายฝั่ง หมู่ที่ 6 ตำบลหาดรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร  โดย มีบริษัท ช. ฐานเพชร เป็นคู่สัญญาในการก่อสร้าง ด้วยงบประมาณ 82 ล้าน ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 700 วัน และสิ้นสุดสัญญา ใน ปี 2565

โดยผู้รับเหมาได้ระดมเครื่องจักรหนักเบาเข้าไประดมการก่อสร้างบนชายหาดตามโครงการดังกล่าว จนนักท่องเที่ยวและประชนชนที่ไปพบเห็นต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการป้องกันหรือทำลายสิ่งแวดล้อม และกำลังกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างอยู่ขณะนี้ ซึ่งหากการก่อสร้างแล้วเสร็จหาดทรายรีที่สวยงามจะไม่มีชายเห็นให้เห็นและลงไปเดินเที่ยวเล่นอีกต่อไป


จงรักษ์ พุทธศรี

นายหัสฆเนศ ไชยะคำ อายุ 24 ปี โฟร์แมนของบริษัท ช. ฐานเพชร ผู้คุมงานก่อสร้างโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล เปิดเผยว่าโครงการดังกล่าวมีความยาวประมาณ 633 เมตร เรียกได้ว่าทำตลอดแนวชายหาด งบประมาณ ที่ใช้ประมาณ 82 ล้าน โดยโครงการดังกล่าวจะมีการทำแนวกันคลื่นเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยจากเดิมพื้นที่จุดนี้ก็มีแนวป้องกันการกัดเซาะอยู่แล้ว โดยจะเป็นในลักษณะกำแพงแนวตั้ง ซึ่งเมื่อกำแพงเดิมได้รับความเสียหาย ก็ได้มีโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อปรับปรุงใหม่ โดยจากเดิมที่เป็นแนวตั้งก็ปรับให้เป็นลักษณะลาดลงไปในชายหาด ความยาวของแนวกันคลื่นนั้น มีความยาวประมาณ 10 เมตร จากด้านบนไปจนถึงพื้นด้านล่างบริเวณชายหาด การก่อสร้างเป็นลักษณะของขั้นบันได ประมาณ 10 ขั้น ยื่นลงไปบนชายหาด โดยขั้นบันไดประมาณ 2-3 ขั้นสุดท้ายนั้น เมื่อสร้างแนวเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลเสร็จเรียบร้อยแล้วมีการปรับชายหาดให้เหมือนเดิมนั้น บันได 2-3 ขั้นก็จะถูกฝังลงในทราย  แต่เมื่อถึงฤดูกาลที่น้ำทะเลลง ก็จะสามารถเห็นขั้นบันไดที่ถูกทรายฝั่งไว้ โครงการนี้นอกเหนือจากทำแนวกันคลื่นป้องกันตลิ่งผังแล้ว ยังเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณแนวชายหาดด้วย โดยด้านจะมีการปูตัวหนอนเป็นทางเดินให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นให้ชาวบ้านได้ออกกำลังกาย เป็นความกว้างประมาณ 5 เมตร ตลอดแนวชายฝั่ง

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามในเรื่องของผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดจากการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลแห่งนี้ นายหัสฆเนศ กล่าวว่าจากที่มีการก่อสร้างในหลายๆที่ได้ก่อสร้างเขื่อนในลักษณะนี้ หากในช่วงที่น้ำทะเลขึ้นคลื่นก็จะพัดเอาทรายขึ้นมาปิดตัวบันไดที่ยื่นลงไปในชายหาด ความสวยงามหาดทรายก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้กระทบต่อความสวยงามหรือระบบนิเวศชายฝั่ง

ด้าน นายจงรักษ์ พุทธศรี อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 7 ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร ชาวบ้านที่เห็นหาดทรายรีมาตั้งแต่เกิด เปิดเผยว่าส่วนตัวไม่เห็นด้วยมานานแล้วไม่ว่าจะมีการสร้างเขื่อนที่ไหน ที่จังหวัดไหน โดยตนเองก็จะไปช่วยคัดค้านตลอด ถ้าไปไม่ได้ก็จะส่งใจส่งเงินไปช่วย แต่ครั้งนี้มาเกิดที่บ้านเรามันสะท้อนให้ว่าทำไมไม่มีใครมาช่วยคัดค้านกับเราบ้าง คนหาดทรายรีเงียบเกินไปไม่ค่อยมีปากมีเสียงจะทำอะไรก็ทำ  ตนเองเห็นแล้วก็เสียดาย เสียดายภาพบรรยากาศของเก่าริมชายหาดทรายรี นึกถึงช่วงเวลาที่สามารถเดินเล่นริมหาดได้ และในหลายๆที่ในจังหวัดชุมพร เช่นหาดทุ่งวัวแล่น หาดปะทิว ก็ไม่เห็นต้องมีเขื่อนแบบนี้ แต่ทำไมมาทำที่หาดทรายรีแห่งนี้ ซึ่งหากเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลแห่งนี้ถูกสร้างแล้วเสร็จนั้น เชื่อว่าระบบนิเวศจะเสียหายเป็นอย่างมากแน่นอน  สิ่งแรกคือจะไม่มีหาดให้ดู ประมงชายฝั่งที่จะหาปลา หาหอยเสียบ ตกปลาทรายชายฝั่ง ปูทะเล  ปูลม ก็จะหายไป  ชาวประมงชายฝั่งก็จะหายไป เพราะไม่มีสัตว์น้ำมาอาศัย  แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน ว่าระบบนิเวศเสียหายอย่างแน่นอน.