วิสามัญดับคาถ้ำ “ซาโซ” ต่างด้าวอันตราย! ชุดราชเดชบุกถ้ำล้อมจับพบเป็นศพ หลังยิงสู้ถูกผู้ใหญ่บ้านสวนกลับ
เปิดปฏิบัติการวิสามัญฯ แรงงานพม่าแสบ หนีคดียาเสพติด-อาวุธปืน ตระเวนงัดบ้านชาวบ้านข่มขู่ทำร้าย ล่าสุดจนมุมกลางถ้ำที่สวี เปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อนถูกวิสามัญฯ ชุดปฏิบัติการพิเศษ “ราชเดช” รุดตรวจสอบพบเป็นศพคาปืน

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา โดยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.ทุ่งระยะ อ.สวี จ.ชุมพร ได้เข้าตรวจสอบขนำกลางสวนยางพารา พบตัว นายซา โซ เฮท อัง (Mr. Sa Soe Htet Aung) แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา พร้อมของกลางยาบ้า 200 เม็ด และเครื่องกระสุนปืน 5 นัด แต่ในระหว่างรอประสานตำรวจเข้าควบคุมตัว นายซาโซได้อาศัยจังหวะเผลอกระโดดหนีเข้าป่าไปได้

ภายหลังการหลบหนี กำนันตำบลทุ่งระยะ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามอย่างต่อเนื่อง ต่อมาได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ที่ 4 ต.ทุ่งระยะ ว่าถูกแรงงานต่างด้าวรายนี้เข้าไปงัดแงะบ้านขโมยทรัพย์สิน และยังมีพฤติกรรมพยายามจะทำร้ายเจ้าของบ้านเมื่อถูกพบเห็น จนกลายเป็นบุคคลอันตรายที่ชาวบ้านหวาดผวา
จนกระทั่งวันที่ 27 เม.ย. 69 เวลาประมาณ 23.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ออกลาดตระเวนจนพบว่านายซาโซหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำบนเขาหมู่ที่ 4 ต.ทุ่งระยะ จึงปิดล้อมและตะโกนเรียกให้ยอมออกมามอบตัว แต่นายซาโซกลับใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี ทำให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ต้องตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงสวนเข้าไปในถ้ำ 1 นัดเพื่อป้องกันตัว ก่อนจะทำการปิดล้อมพื้นที่ไว้ตลอดทั้งคืน

เช้าวันที่ 28 เม.ย. 69 เจ้าหน้าที่ได้ประสานสนับสนุนกำลังจาก ชุดปฏิบัติการพิเศษ “ราชเดช” บก.ภ.จว.ชุมพร ที่มีความพร้อมด้านอาวุธและอุปกรณ์ป้องกัน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเนื่องจากผู้ต้องหามีอาวุธปืนและอยู่ในชัยภูมิที่ได้เปรียบ โดยเจ้าหน้าที่ชุดราชเดชได้ทำการโยนระเบิดควัน (แก๊สน้ำตา) เข้าไปภายในถ้ำเพื่อบีบให้ผู้ต้องหาออกมา แต่ไม่มีการตอบโต้
เมื่อกลุ่มควันจางลง เจ้าหน้าที่จึงรุกคืบเข้าตรวจสอบภายในถ้ำ พบร่างนายซาโซนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณหลัง ในมือยังกำอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ที่มีปลอกกระสุนคาอยู่ในรังเพลิง
ต่อมา พ.ต.ท.สมชาย บุญเกิด รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.สวี พร้อมด้วยพนักงานอัยการ ฝ่ายปกครอง แพทย์เวร รพ.สวี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าทำการชันสูตรพลิกศพและเก็บหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการวิสามัญฆาตกรรมต่อไป.









