ทั่วไป ร้องเรียน อาชญากรรม เศรษฐกิจ การเมือง ต่างประเทศ

รถพุ่มพวงชุมพร8อำเภอพร้อมแล้ว

“รถพุ่มพวง-ไทยช่วยไทย” ชุมพร 8 อำเภอ มีสมัครร่วมโครงการ 79 ราย ผ่านการพิจารณา 46 ราย จัดสรรร่วมโครงการ 33 ราย ลงอำเภอละ 3 ราย รอเพิ่มโควต้าตามความต้องการของผู้บริโภค

จังหวัดชุมพรประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” มุ่งกระจายสินค้าราคาประหยัดสู่ประชาชนทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายจีรศักดิ์ แสงหอย ปลัดจังหวัดชุมพร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” จังหวัดชุมพร เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการรถพุ่มพวงที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าร่วมโครงการ และกำหนดแนวทางดำเนินงานเพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชน ส่งเสริมการเข้าถึงสินค้าราคาประหยัด และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดชุมพร โดยมีจ่าจังหวัดชุมพร พานิชย์จังหวัดชุมพร พัฒนาการจังหวัดชุมพร ขนส่งจังหวัดชุมพร ผู้แทนนายอำเภอจากทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดชุมพร และคณะทำงานเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมเกาะลังกาจิว ศาลากลางจังหวัดชุมพร

โดยที่ประชุมได้พิจารณาคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการตามกรอบการจัดสรรจำนวนรถพุ่มพวงที่กรมการปกครองกำหนดในระดับจังหวัด พร้อมคำนึงถึงความเหมาะสมในการกระจายรถพุ่มพวงให้ครอบคลุมและใกล้เคียงกันในทุกอำเภอ ตามจำนวนผู้สมัครและเส้นทางการให้บริการในแต่ละพื้นที่ระดับตำบล รวมทั้งพิจารณาตามประเภทรถ ได้แก่ รถยนต์ รถสามล้อพ่วงข้าง และรถจักรยานยนต์ โดยยึดหลักสมัครก่อนได้รับการพิจารณาก่อน (First Come First Served) เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร

สำหรับจังหวัดชุมพรมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 79 ราย โดยผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ จำนวน 46 ราย และไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ จำนวน 33 ราย ได้รับการจัดสรรจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 30 ราย โดยกำหนดจัดสรรโควตาเบื้องต้นอำเภอละ 3 ราย และเพิ่มจำนวนโควตาให้แก่อำเภอที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อให้การให้บริการเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของภาครัฐในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพของประชาชน โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาประหยัดได้อย่างสะดวกทั่วถึง พร้อมทั้งส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็งในระดับชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป.