สส.-นายก อบจ.ชุมพร แท็กทีม เชิญ “ศุภจี” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่แก้ปัญหาผลไม้ พยุงทุเรียนใต้โค้งสุดท้ายฤดูกาล ตั้งเป้าดูดซับทุเรียนภาคใต้ 300,000 ตัน ดำเนินการแล้ว 222,515 ตัน มะพร้าว อีกกว่า 4 ล้านลูก พร้อมเดินหน้าช่วยผลไม้ชนิดอื่น

วันที่ 8 สิงหาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ ณ บริษัท ศิริมงคล คอร์เปอเรท กรุ๊ป จำกัด ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร โดยมี นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร เขต 1 และนายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร นำคณะให้การต้อนรับ
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน หอการค้าจังหวัดชุมพร สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร สภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร ตัวแทนเกษตรกร และสมาคมชาวสวนไม้ผลจังหวัดชุมพร เข้าร่วมประชุมหารือ เพื่อเร่งบริหารจัดการผลผลิตทุเรียนในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล รวมทั้งรับฟังข้อเสนอและปัญหาจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อนำไปเชื่อมโยงมาตรการช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการของจังหวัด

นางศุภจี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามและดูแลการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการรวบรวมและกระจายผลผลิตของภูมิภาค หากสามารถบริหารจัดการผลผลิตในชุมพรได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ผลไม้จากจังหวัดใกล้เคียงสามารถระบายออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับปีนี้ ผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ขณะที่ขณะนี้ทุเรียนภาคใต้ทยอยออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 70–80% จึงจำเป็นต้องเร่งบริหารจัดการทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก เพื่อให้สามารถระบายผลผลิตได้อย่างต่อเนื่องจนสิ้นสุดฤดูกาล และรักษาระดับราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

นางศุภจี กล่าวว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมาได้รับรายงานว่าราคาทุเรียนเริ่มปรับตัวลดลง จึงได้สั่งการตั้งแต่เดือนมิถุนายน ก่อนที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาด ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยรับซื้อและดึงผลผลิตออกจากตลาด โดยตั้งเป้าดูดซับทุเรียนภาคใต้ประมาณ 300,000 ตัน ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 200,000 ตัน หรือประมาณ 222,515 ตัน ซึ่งช่วยให้สถานการณ์ราคากลับมาอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการต่อเนื่องจนจบฤดูกาลได้
ด้านสถานการณ์การส่งออกทุเรียน นางศุภจี เปิดเผยว่า ล่าสุดประเทศไทยส่งออกทุเรียนแล้ว 1,110,655.92 ตัน จำนวน 68,044 ตู้ มูลค่ากว่า 127,220.52 ล้านบาท ข้อมูล ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2569 สะท้อนว่าทุเรียนไทยยังสามารถรักษาตลาดส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง แม้ปีนี้จะเผชิญกับปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้ง รวมถึงการแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง

กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งอำนวยความสะดวกด้านการส่งออกและการขนส่ง โดยประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดทางและแก้ไขปัญหาบริเวณด่านต่าง ๆ ไม่ให้ทุเรียนตกค้าง รวมถึงเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ด้วยการใช้เส้นทางรถไฟและด่านหนองคาย เพื่อลดข้อจำกัดในการขนส่ง ขณะเดียวกันต้องเร่งทำตลาดล่วงหน้าและสร้างความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ผลผลิตสามารถระบายออกได้ทันเวลา
นางศุภจี กล่าวว่า การบริหารจัดการผลไม้ต้องดูแลตั้งแต่ต้นฤดูกาลจนถึงปลายฤดูกาล และไม่ได้มุ่งเฉพาะทุเรียนเท่านั้น เนื่องจากจังหวัดชุมพรยังมีผลไม้อีกหลายชนิด เช่น มังคุด กล้วย สับปะรด GI สละ และผลไม้อื่น ๆ ซึ่งมีช่วงเวลาออกสู่ตลาดแตกต่างกัน
จึงได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพรจัดทำ ปฏิทินผลไม้ของจังหวัดชุมพร ให้มีความชัดเจนว่า ช่วงเวลาใดผลไม้ชนิดใดจะออกสู่ตลาดในปริมาณมาก เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์สามารถวางแผนช่วยเหลือและทำตลาดได้ตรงจังหวะ รวมถึงจัดทำข้อมูลด้านราคา เพื่อให้เกษตรกรสามารถติดตามสถานการณ์และวางแผนการผลิตได้อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและการจัดการผลผลิตส่วนเกิน โดยระหว่างการลงพื้นที่ นางศุภจีได้เยี่ยมชมการนำเปลือกทุเรียนมาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ตามแนวทาง วิศวกรรมแม่โจ้ 1 ซึ่งเป็นการนำของเหลือจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าตามแนวคิด Zero Waste
รวมถึงการนำผลไม้และวัตถุดิบในพื้นที่มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยอาศัยความร่วมมือจากสถาบันการศึกษา เพื่อเพิ่มทางเลือกทางการตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร

นางศุภจี กล่าวว่า ในระยะยาว การแปรรูปจะเป็นอีกแนวทางสำคัญในการบริหารจัดการผลผลิต เพราะหากผลผลิตออกสู่ตลาดมากเกินกว่าความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะเกิดแรงกดดันต่อราคา ดังนั้นต้องวางแผนล่วงหน้าว่าตลาดต้องการสินค้าแปรรูปประเภทใด แล้วจึงนำความต้องการของตลาดมาเป็นตัวกำหนดการผลิต ไม่ใช่ผลิตสินค้าที่ตลาดไม่ต้องการ
สำหรับผลไม้ชนิดอื่นของภาคใต้ กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้ามาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ มังคุด ซึ่งปีนี้ราคายังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ พร้อมประสานความร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อสนับสนุนด้านบรรจุภัณฑ์และการขนส่ง ช่วยให้เกษตรกรสามารถส่งผลไม้ไปถึงผู้บริโภคทั่วประเทศได้โดยตรง
ส่วนปัญหา มะพร้าวแกง ซึ่งมีผลผลิตส่วนเกินในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปช่วยดูดซับผลผลิตในจังหวัดชุมพรแล้วประมาณ 4 ล้านลูก และจะเร่งหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาในเชิงระบบ

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นางศุภจีและคณะได้เยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกษตรกรและผู้ประกอบการจังหวัดชุมพร รวมถึงสินค้า GI ที่สำคัญ ได้แก่ กล้วยเล็บมือนางชุมพร ข้าวเหลืองปะทิวชุมพร กาแฟเขาทะลุ กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร กล้วยหอมทองละแม ทุเรียนชุมพร และสับปะรดสวี ตลอดจนผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง ผงกล้วย และผลิตภัณฑ์จากมะเดื่อ
จากนั้นได้เยี่ยมชมกระบวนการคัดบรรจุทุเรียนและการตรวจปล่อยตู้สินค้าส่งออก เพื่อรับทราบขั้นตอนการบริหารจัดการผลผลิตตั้งแต่ต้นทางจนถึงการส่งออก และนำข้อมูลไปประกอบการวางแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล.








