ข่าวเด่น ทั่วไป ร้องเรียน อาชญากรรม

ชาวประมงปะทิวยื่นหนังสือค้านOECMsหวั่นกระทบอาชีพ

ชาวประมงปะทิว-ปากน้ำชุมพร กว่า 100 คนยื่นหนังสือค้าน OECMs หวั่นกระทบอาชีพ จี้จังหวัดชะลอตั้งคณะทำงาน

ชาวประมงพื้นบ้านอำเภอปะทิว-ปากน้ำชุมพร กว่า 100 คน เดินทางยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร คัดค้านการเดินหน้าโครงการ OECMs ในพื้นที่ทะเลและชายฝั่ง หวั่นมาตรการอนุรักษ์ในอนาคตอาจกระทบต่อการประกอบอาชีพ พร้อมเรียกร้องให้จังหวัดชะลอการแต่งตั้งคณะทำงาน จนกว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากชาวประมงอย่างทั่วถึง



เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร นางชงโค นิลสถิตย์ นายกสมาคมปะทิวคลองบางสน อำเภอปะทิว พร้อมด้วยนายจรูญ ไชยะ นายกสมาคมประมงชาวตำบลด่านสวี กลุ่มประมงชุมชนท้องถิ่น และกลุ่มประมงพื้นบ้านชายฝั่งบ้านเกาะเตียบ ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว และปากน้ำชุมพร รวมประมาณ 100 คน เดินทางมายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือและขอให้จังหวัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง

โดยกลุ่มชาวประมงต้องการเข้าพบนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร แต่ผู้ว่าฯ ติดภารกิจราชการนอกพื้นที่ จึงมอบหมายให้นายกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นผู้แทนรับหนังสือ โดยมีนายจักรี ตั้งอั้น ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร ร่วมรับฟังข้อร้องเรียนและข้อกังวล

หวั่น OECMs กระทบอาชีพประมง ประเด็นหลักคือความกังวลเกี่ยวกับแนวคิด OECMs หรือพื้นที่ที่มีมาตรการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมีประสิทธิผล แม้จะอยู่นอกพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมาย โดยจังหวัดชุมพรได้รับเลือกเป็นพื้นที่นำร่องด้านทะเลและชายฝั่ง

โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ Climate, Coastal and Marine Biodiversity หรือ CCMB ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผ่านกองทุน International Climate Initiative หรือ IKI และมีองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ ประจำประเทศไทย เป็นหน่วยงานดำเนินโครงการ

เป้าหมายของโครงการเกี่ยวข้องกับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน

สำหรับพื้นที่นำร่องในจังหวัดชุมพร ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ ได้แก่ เกาะร้านเป็ด-เกาะร้านไก่ อ่าวบางสน อ่าวบางสน-อ่าวบ่อเมา อ่าวสะพลี และกองหินสามเหลี่ยม ในพื้นที่อำเภอปะทิว โดยมีความร่วมมือทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN

อย่างไรก็ตาม กลุ่มชาวประมงปะทิวระบุว่า ก่อนหน้านี้มีการประชุมประชาคมในพื้นที่เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 และมีความเห็นว่ายังไม่ขอรับโครงการดังกล่าว แต่ในการประชุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา กลับมีการแจ้งว่ามีการแต่งตั้งคณะทำงานแล้ว

ชาวประมงบางส่วนระบุว่า ไม่เคยได้รับทราบข้อมูลหรือได้รับเชิญเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าว จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดสมาคมประมงปะทิวคลองบางสนจึงไม่ได้รับหนังสือเชิญประชุม และเหตุใดจึงเดินหน้าแต่งตั้งคณะทำงาน ทั้งที่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนจากแต่ละพื้นที่

กลุ่มชาวประมงจึงเรียกร้องให้จังหวัดเปิดเผยผลการประชุมและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พร้อมขอให้ทบทวนและชะลอการแต่งตั้งคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ OECMs ในจังหวัดชุมพรไว้ก่อน จนกว่าจะมีการทำความเข้าใจและเปิดเวทีประชาคมอย่างชัดเจน

ชาวประมงหวั่นมาตรการใหม่กระทบทำกิน นางชงโค นิลสถิตย์ นายกสมาคมปะทิวคลองบางสน กล่าวว่า การมายื่นหนังสือครั้งนี้ต้องการสะท้อนความเดือดร้อนและความกังวลของชาวประมงต่อแนวทางการกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ เนื่องจากเห็นว่าข้อมูลและกระบวนการยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ



ที่ผ่านมา ชาวประมงใน 4 ตำบลของอำเภอปะทิวเคยได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดในการทำประมงในเขตทะเลชายฝั่ง รวมถึงพื้นที่ตำบลปากคลองที่ชาวประมงระบุว่ามีข้อจำกัดในการทำประมงในระยะ 1,000 เมตร จึงกังวลว่า หากมีมาตรการใหม่เพิ่มเติม อาจส่งผลกระทบต่ออาชีพและรายได้ในอนาคต

ระหว่างการรับหนังสือ นายขจร แจ้งเณร อายุ 47 ปี ชาวประมงปากน้ำชุมพร ซึ่งเดินทางมาร่วมกับกลุ่มชาวประมง ได้สะท้อนความกังวลจากกรณีที่เคยถูกดำเนินคดีจากการทำประมงบริเวณเกาะเสม็ด โดยระบุว่าเคยถูกปรับประมาณ 30,000 บาท และรอลงอาญา 2 ปี พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐกำหนดแนวเขตพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อให้ชาวบ้านทราบว่าพื้นที่ใดสามารถทำประมงได้หรือไม่ได้

นายขจรระบุว่า ตนประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านและดำน้ำจับปลาบริเวณเกาะเสม็ดมานาน โดยเข้าใจว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ จนกระทั่งประมาณ 4 เดือนที่ผ่านมา ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมพร้อมพวกรวม 6 คน ในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และการนำเครื่องมือสำหรับจับสัตว์เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยผิดกฎหมาย

เพจตามสบายรีสสอร์ท https://www.facebook.com/share/1J7bt7Ypxn/

ขอประชาคมก่อนเดินหน้าโครงการ นายประสงค์ ขาวสอาด อายุ 63 ปี อาชีพประมงและที่ปรึกษากลุ่มชาวประมงท้องถิ่นอำเภอปะทิว กล่าวว่า ต้องการให้จังหวัดชี้แจงแนวทางการนำพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ สะพลี บางสน ชุมโค และปากคลอง เข้าสู่พื้นที่นำร่องด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

พื้นที่ดังกล่าวมีชาวประมงพื้นบ้านกว่า 2,000 ครัวเรือน รวมถึงผู้ประกอบอาชีพประมงพาณิชย์อีกจำนวนมาก จึงต้องการให้ภาครัฐพิจารณาอย่างรอบด้าน และขอให้ชะลอโครงการไว้ก่อน พร้อมเสนอให้จัดประชาพิจารณ์หรือประชาคมในพื้นที่ เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวประมงแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจอย่างมีส่วนร่วม

นายประสงค์ย้ำว่า ชาวประมงเองก็รักและหวงแหนทะเล โดยที่ผ่านมาได้ร่วมกันทำกิจกรรมอนุรักษ์ เช่น ธนาคารปู บ้านปลา และซั้งบ้านปลา เพื่อฟื้นฟูและดูแลทรัพยากรทางทะเลควบคู่กับการสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว


ทสจ.ชุมพร แจงยังอยู่ขั้นตอนพิจารณา ด้านนายจักรี ตั้งอั้น ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร ชี้แจงว่า OECMs เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมเสนอว่า พื้นที่ใดควรทำอะไร และกิจกรรมใดไม่ควรดำเนินการ หากกระบวนการแล้วเสร็จ จะมีการรับรองพื้นที่ตามกรอบที่กำหนด เพื่อนำไปสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ

สำหรับจังหวัดชุมพร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพิจารณาจัดตั้งคณะทำงาน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่อำเภอหลังสวนถึงอำเภอปะทิว โดยคณะทำงานจะต้องได้รับการลงนามจากผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

ทั้งนี้ นายจักรีระบุว่า ขณะนี้ยังเป็นเพียงการกำหนดกรอบพื้นที่เบื้องต้น และต้องการเปิดโอกาสให้กลุ่มชุมชนเข้ามาเสนอความคิดเห็นด้วย

รองผู้ว่าฯ รับข้อกังวล เตรียมรายงานผู้ว่าฯ หลังรับหนังสือ นายกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ได้รับทราบข้อเสนอและความกังวลของพี่น้องชาวประมงอำเภอปะทิวแล้ว และจะนำเรื่องรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไป

รองผู้ว่าฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการออกกฎหมายหรือมาตรการหลายเรื่องอาจไม่ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากชาวประมงอย่างทั่วถึง และเมื่อมีผลบังคับใช้แล้วอาจกระทบต่อการทำมาหากิน จึงเข้าใจความกังวลของชาวประมงที่เกรงว่ามาตรการใหม่จะสร้างผลกระทบในลักษณะเดียวกัน



การยื่นหนังสือครั้งนี้จึงสะท้อนความต้องการของชาวประมงที่ต้องการให้ภาครัฐเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน รับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่ และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมก่อนตัดสินใจ เพราะสำหรับชาวประมงแล้ว ทะเลเป็นทั้งทรัพยากรที่ต้องร่วมกันอนุรักษ์ และเป็นพื้นที่ทำมาหากินที่หล่อเลี้ยงครอบครัว

จากนี้ต้องจับตาการเดินหน้าจัดตั้งคณะทำงาน OECMs ในจังหวัดชุมพร รวมถึงการเปิดเวทีให้ชาวประมงและผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพื่อหาจุดสมดุลระหว่าง “การอนุรักษ์ทะเล” กับ “การรักษาอาชีพของคนชายฝั่ง” และป้องกันไม่ให้ความไม่ชัดเจนนำไปสู่ความขัดแย้งในชุมชนในอนาคต.