ชุมพรประชุม คทช.จังหวัด เดินหน้าจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลกว่า 83,694 ไร่ พร้อมเร่งคัดกรองคุณสมบัติประชาชนขอจัดที่ทำกินในพื้นที่ป่ารับร่อ-ป่าสลุย ระยะที่ 1

วันที่ 17 กันยายน 2569 จังหวัดชุมพรจัดประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดชุมพร (คทช.จังหวัดชุมพร) ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุมเกาะมัตตรา ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดชุมพร โดยมี ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน และพิจารณาคัดกรองคุณสมบัติราษฎรในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าชายเลน
ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558-2569 โดยจังหวัดชุมพรมีพื้นที่เป้าหมายรวม 22 แปลง เนื้อที่กว่า 83,694 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 9 แปลง ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้แล้ว
นอกจากนี้ จังหวัดชุมพรได้ดำเนินการมอบสมุดประจำตัว คทช. ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำตกกะเปาะ ป่าหนองห้าง และป่าเกาะเรียโกลน รวม 586 แปลง

สำหรับพื้นที่สาธารณประโยชน์และพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ได้ดำเนินการจัดคนลงพื้นที่ พร้อมจัดตั้งสหกรณ์เพื่อรองรับการบริหารจัดการ ส่วนพื้นที่ป่าชายเลนได้รับอนุญาตจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแล้วบางส่วน และอยู่ระหว่างการพิจารณาในส่วนที่เหลือ
ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติตามเงื่อนไขของแต่ละช่วงเวลา รวมถึงแนวทางการขอรับการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากการปลูกและฟื้นฟูป่าไม้ มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับโฉนดชุมชนและมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ตลอดจนการยกเลิกพื้นที่เป้าหมายบางส่วนในเขตนิคมสหกรณ์ปะทิว
จากนั้น ที่ประชุมพิจารณาขอบเขตพื้นที่เป้าหมายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลน บ้านพัฒนา หมู่ที่ 2 ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว เพื่อเพิ่มเติมเป็นพื้นที่เป้าหมายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

นอกจากนี้ ยังพิจารณาคัดกรองคุณสมบัติผู้ขอรับการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย ระยะที่ 1 ในพื้นที่ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ และ ระยะที่ 2 ในพื้นที่ตำบลวังใหม่ อำเภอเมืองชุมพร รวมถึงตำบลหินแก้ว ตำบลหงษ์เจริญ และตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ
การดำเนินงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้การจัดที่ดินทำกินเป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์ต่อราษฎรสูงสุด









