ข่าวเด่น

อาเขยสดทนยิงหลานเขยหลอดยาดับ

เจ้าของอู่ซ่อมใบจักรเรือ สุดทนคว้าลูกกรด ยิงหลานเขยคลั่งยาดับ  

สลด!.หลานชายเสพยาบ้าหลอนจัด คลุ้มคลั่งถือท่อนเหล็ก-มีดบุกอาละวาดฟาดลูกน้องเจ็บสาหัส ก่อนพุ่งเข้าประชิดหมายทำร้าย “อาเขย” เจ้าของอู่ซ่อมใบจักรเรือ สุดทนคว้าปืนยาวลูกกรดรัวยิง 3 นัดดับคาที่ ก่อนยืนรอมอบตัวพร้อมอาวุธ

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2569 ร.ต.ท.ภูศณ กันหาสินธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต บริเวณอู่ซ่อมใบจักรแสงประทีป พื้นที่หมู่ 10 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร, พ.ต.ท.สกฤชญ สุขนิตย์ รอง ผกก.สืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลชุมพร และหน่วยกู้ชีพกู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสายเพชรเกษมเข้าไปในถนนซอยวัดเขากล้วย-รพ.สต.วังไผ่ ประมาณ 300 เมตร บนถนนทางเข้าอู่ซ่อมใบจักรเรือ เจ้าหน้าที่พบศพทราบชื่อคือ นายไพรัช อายุ 39 ปี บ้านอยู่ หมู่ 5 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนยาวสีเขียว กางเกงวอร์มสีดำ สวมรองเท้าบูธสีดำ นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนพื้นถนน ใบหน้าเปื้อนเลือด

จากการตรวจชันสูตรบาดแผลเบื้องต้น พบร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่บริเวณหน้าผากเหนือคิ้วขวา 1 นัด และใกล้รักแร้ซ้ายอีก 1 นัด ใกล้มือซ้ายของผู้ตายพบท่อนเหล็กยาว 10 นิ้ว ตกอยู่ 1 ท่อน ห่างออกไปเล็กน้อยระหว่างศพกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน ชุมพร ของผู้ตาย พบมีดปลายแหลมยาว 10 นิ้ว ตกอยู่ 1 เล่ม และปลอกกระสุนปืนขนาด .22 ตกอยู่ใกล้รถจักรยานยนต์ 1 ปลอก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันอีก 2 ปลอก ตกอยู่หน้าบ้าน จึงบันทึกภาพและรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายประทีป หรือทีป อายุ 58 ปี เจ้าของอู่ซ่อมใบจักรเรือและเป็นอาเขยของผู้ตาย หลังเกิดเหตุไม่ได้หลบหนีไปไหน ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมส่งมอบอาวุธปืนยาวเดี่ยวลูกกรด ขนาด .22 (มีทะเบียนถูกต้อง 1 กระบอก มีกระสุนปืนขนาด .22 บรรจุอยู่ในแม็กกาซีนอีก 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปยัง สภ.เมืองชุมพร เพื่อป้องกันอันตรายและดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวน นายสมรักษ์ อายุ 43 ปี ลูกน้องของนายประทีป ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า นายไพรัชผู้ตายมีพฤติกรรมเสพยาบ้าจนเกิดอาการหลอนและคลุ้มคลั่งอาละวาดมาแล้วหลายครั้ง ก่อนเกิดเหตุขณะตนพักผ่อนอยู่ที่บ้านพัก นางปรีดา สมกำลัง ภรรยานายประทีป ได้โทรศัพท์มาแจ้งให้ตนรีบไปที่บ้านด่วน เมื่อตนไปถึงพบผู้ตายกำลังเอะอะโวยวายอย่างหนัก และทันทีที่ผู้ตายเห็นตน ก็ได้ปรี่เข้ามาใช้ท่อนเหล็กฟาดเข้าที่ศีรษะตนหลายครั้งจนเป็นแผลฉกรรจ์และล้มลง

ขณะนั้นนางปรีดาพยายามร้องห้าม และตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด จากนั้นผู้ตายได้ผละจากตนแล้ววิ่งถืออาวุธปรี่เข้าไปหมายจะทำร้ายนางปรีดาและนายประทีปต่อ นายประทีปจึงยกอาวุธปืนยิงใส่อีก 1 นัด จนร่างผู้ตายล้มฟุบลงแน่นิ่งไป

ด้าน นางจรรยาพร ภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า สามีมีอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติดอย่างหนัก มักจะขู่ทำร้ายคนในครอบครัว ขู่จะเผาบ้านซึ่งเป็นของนายประทีป (อาเขย) รวมถึงเคยลงมือทำร้ายพ่อตาจนญาติต้องส่งตัวพ่อตาไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สามีเริ่มมีอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ และมีความขัดแย้งอาฆาตแค้นกับนายประทีปผู้เป็นอามาโดยตลอด เนื่องจากนายประทีปพยายามไล่สามีให้ออกจากพื้นที่เพราะกลัวจะโดนทำร้าย

นางจรรยาพร เล่าต่อว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็น สามีได้ถือท่อนเหล็กมุ่งหน้าไปจะทำร้ายพ่อตาอีกครั้งแต่พ่อตาป้องกันตัวได้ จากนั้นสามีได้ขี่รถจักรยานยนต์วนมาหาตนที่บ้าน แต่ตนล็อกประตูไม่ยอมเปิดให้ สามีจึงขี่รถออกไปหาเรื่องนายประทีปที่บ้านพักจนกระทั่งบานปลายโดนยิงเสียชีวิต

จากการสอบคำให้การ นายประทีป ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพเบื้องต้นว่า เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยาว .22 ยิงนายไพรัชจริง โดยระบุว่าช่วงบ่ายก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ตนจึงแจ้งกำนันตำบลวังไผ่ให้ช่วยประสานตำรวจมาระงับเหตุ แต่ผู้ตายได้หลบหนีไปก่อนที่ตำรวจจะมาถึง

ต่อมาในช่วงค่ำ ผู้ตายได้ขี่รถวนกลับมาเอะอะโวยวายถืออาวุธบุกเข้ามาจะทำร้ายตน ตนจึงให้ภรรยาโทรตามนายสมรักษ์ ลูกน้อง มาช่วย แต่เมื่อนายสมรักษ์มาถึง ผู้ตายกลับใช้อาวุธที่อยู่ในมือกระหน่ำตีนายสมรักษ์จนล้มคว่ำ จากนั้นผู้ตายได้วิ่งถืออาวุธพุ่งตรงเข้ามาทำร้ายตน ตนได้ตะโกนสั่งให้หยุด แต่ผู้ตายยังคงพุ่งเข้ามา ตนจึงยิงใส่ไป 1 นัด ทว่าผู้ตายยังไม่หยุดและพุ่งเข้าประชิดตัวพร้อมเงื้ออาวุธจะทำร้าย ตนจึงตัดสินใจยิงสวนไปอีก 2 นัด จนผู้ตายทรุดลงและแน่นิ่งไป

หลังเกิดเหตุ นายประทีปได้สั่งให้ลูกน้องปฐมพยาบาลผู้ตายเบื้องต้น พร้อมให้ภรรยาโทรแจ้งรถพยาบาล 1669 และแจ้งตำรวจผ่าน 191 ทันที โดยมิได้คิดหลบหนีแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่น” แก่นายประทีป พร้อมนำตัวและของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.