ข่าวเด่น

เฒ่า75ปีตีหัวลุง60ปีดับ

พ่อเฒ่า 75 ปี ใช้ท่อนเหล็กฟาดหัวลุงวัย 60 ปี ดับอนาถ

พ่อเฒ่าวัย 75 เลือดร้อน เปิดศึกเพื่อนบ้านวัย 60 ฉุนขาดปมเครื่องปั๊มน้ำพัง อ้างถูกกลั่นแกล้งเอาน้ำตาลทรายกรอกใส่เครื่องต้องนำไปซ่อม ขณะขับรถกลับเจออีกฝ่ายจอดขวางทางจะเข้าทำร้าย ต้องป้องกันตัวโดดล็อกคอรัวหมัดใส่จนดับคาที่ ก่อนหนีกลับบ้านถูกตำรวจตามรวบได้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 24 มกราคม 69 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.คำนวน ปฏิแพทย์ สว.สอบสวน สภ.ท่าแซะ ได้รับแจ้งเหตุคนถูกฆ่าตาย บริเวณถนนลูกรังสายศาลาบางมาศ  ม.12 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.ท่าแซะ พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.วรรณะ นาคพงษ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สมเกียรติ ฉีดเกตุ สว.สืบสวน สภ.ท่าแซะ และตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดชุมพร แพทย์ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยสายชล(เขตท่าแซะ)มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์

ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อภายหลังคือ นายสมบูรณ์ หรือแจ็ค บุญรินทร์ อายุ 60 ปี บ้านอยู่ ม.12 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงิน และมีสวมเชิ้ตสีฟ้าแขนยาวทับอีกชั้น กางเกงวอรม ขายาวสีกรมท่า สวมรองเท้าบูทยาว สภาพบริเวณกกหูด้านขาว ถูกตีด้วยของแข็งไม่มีคม เป็นฉกรรจ์  นอนหงายเสียชีวิตขาซ้ายพาดอยู่กับล้อหน้า รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน อุบราชธานี อยู่ข้างทางของถนนภายในสวนปาล์มน้ำมัน
จากการสอบถามนายพัด (นามสมุติ) พยานผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายสมบูรณ์ ผู้ตายได้ขับรถ จยย. สวนทางกับ นายใจผู้ก่อเหตุ  โดยเจ้าหน้าที่ทราบชื่อจริงและนามสกุลคือ นายสุดใจ สารสัตย์ อายุ 75 ปี บ้านอยู่ถนนท่าตะเภา ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งขับรถยนต์กระบะ สีขาว ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน  โดยเมื่อทั้งสองมาเจอกัน และได้จอดลงมาเคลียร์ปัญหาเรื่องที่ดินและเกี่ยวกับน้ำรดต้นทุเรียน จากพูดคุยกันจนมีปากเสียงทะเลาะรุนแรงถึงขั้นชกต่อย แต่นายสมบูรณ์ พลาดท่าถูก นายสุดใจ ใช้ท่อนเหล็กพาด เข้าไป 1 ครั้ง ที่ศรีษะจนล้มลงกองกับพื้น แล้วนายสุดใจได้ขับรถหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมพยานแวดล้อมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย  

ต่อมาทาง พ.ต.ท.วิวัฒน์ ฉิมมณี รอง ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร พร้อมด้วย พ.ต.ต.จำนง เต็งประยูร สว.สส.สภ.เมืองชุมพร และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าควบคุมตัวนายนายสุดใจ สารสัตย์ ได้ที่บ้านพักเลขที่ 2/2 ถนนท่าตะเภา ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร โดยชี้แจงถึงสาเหตุการจับกุมให้ได้ทราบ และตรวจยึดรถยนต์กระบะ สีขาว ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ชุมพร ก่อนเชิญตัว มาที่ทำการชุดปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ชุมพร 

จากการสอบถาม นายสุดใจให้การว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค.69 ลูกจ้างในสวน ได้โทรมาบอกว่าเครื่องปั๊มน้ำเสีย ตนจึงเดินทางไปดู เมื่อไปถึงตนเองได้ตรวจสอบและลองใช้นิ้วจุ่มน้ำลงไปในถังน้ำมันขึ้นมาชิม พบว่าน้ำออกรสชาติหวานเหมือนกับใส่น้ำตาลลงไป ประกอบกับตนเองได้สังเกตเห็นนายสมบูรณ์ หรือแจ็ค ซึ่งมีสวนติดกัน ยืนในลักษณะแอบมองพวกตนอยู่ จึงเชื่อว่าคงเป็นฝีมือของนายแจ็ค แน่นอนที่เป็นคนแอบนำน้ำตาลทรายมาใส่เครื่องปั๊มน้ำตนเองจนพัง


นายสุดใน ให้การอีกว่า และในวันเกิดเหตุเวลา 10.00 น.ตนเองได้นำเครื่องปั๊มน้ำขึ้นรถเพื่อนำไปซ่อมในอำเภอท่าแซะ และได้พบกับนายแจ็คระหว่างทาง จึงจอดรถคุยและได้มีปากเสียงกันแต่ไม่ถึงลงมือลงไม้ ต่างฝ่ายต่างแยกย้าย จนกระทั้งเวลา 15.00 น.ตนเองได้ซ่อมเครื่องปั๊มน้ำเสร็จ ก็ได้นำกลับมาที่สวน และก็ได้เจอนายแจ็คอีกครั้งระหว่างทางก่อนถึงสวนตนเอง 

“แต่ครั้งนี้นายแจ็ค ได้ขับรถ จยย.มาจอดขวางทาง เหมือนกับต้องการหาเรื่อง ตนจึงได้จอดรถและเปิดประตูลงจากรถ และทางนายแจ็คก็พยายามจะลงจากรถมาลักษณะจะพุ่งเข้ามาหา ตนเองจึงได้ประชิดตัวพร้อมล็อคคอแล้วใช้หมัดชกใส่จนล้ม เพราะคิดว่า นายแจ็คจะเข้ามาทำร้ายตน  จากนั้นตนได้ขึ้นรถขับกลับมาที่บ้านพักในตัวเมืองชุมพร และมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมาจับกุมดังกล่าว”นายสุดใจ กล่าว

เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหามากนักต้องรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด เบื้องต้นจึงได้ทำการบักทึกจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าว “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย”ก่อนนำตัวส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.