ข่าวเด่น ทั่วไป ร้องเรียน อาชญากรรม

ชาวสะพลีโวยหน่วยงานรัฐเพิกเฉย

ชาวสะพลีโวยหน่วยงานรัฐเพิกเฉย แก๊งโจรเสื้อกั๊กลักตัดสายไฟบนสะพานข้ามทางรถไฟรางคู่ อาละวาด 2 พื้นที่ชุมพร-ประจวบคีรีขันธ์ ทำชาวบ้าน นักท่องเที่ยวเดือดร้อนทั่วหน้า ปัดความรับผิดชอบอ้างความผิดอยู่ที่โจรไม่ใช่การรถไฟ



เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 31 มีนาคน 2569 ผู้นำท้องที่และชาวบ้านในพื้นที่ตำบลสะพลีกว่า 100 คน ร้องสื่อมวลชนพร้อมกับนำลงพื้นที่บริเวณสะพานข้ามทางรถไฟ ซึ่งเป็นจุดคาบเกี่ยวกันสองพื้นที่ระหว่าง หมู่ที่ 7 และหมู่ 10 ตำบลสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร โดยสะพานดังกล่าวเป็นรูปตัวเอสข้ามทางรถไฟรางคู่ เชื่อต่อกับถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 3180 เป็นถนนสายหลักแยกจากถนนเพชรเกษมบริเวณสี่แยกไปแดงท่าแซะ อ.ท่าแซะ ไปยังหาดทุ่งวัวแล่น ตำบลสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งเป็นแหล่งเที่ยวชื่อดังของจังหวัด


โดยมีผู้นำท้องที่และชาวบ้านนำผู้สื่อข่าวตรวจสอบสะพานข้ามทางรถไฟรางคู่ดังกล่าว ช่วงทางขึ้นลงที่ขอบปูนราวสะพานและการ์ดเลนยื่นลงมาจนถึงจุดทางขึ้นทางลง ซึ่งเป็นทางเบี่ยงเข้าโรงเรียนบ้านสะพลีและกลับรถใต้สะพาน จากการตรวจสอบตามจุดต่าง ๆพบว่าที่บริเวณใต้คานสะพาน และบนสะพานที่เป็นขอบปูนราวสะพานข้ามทางรถไฟรางคู่ มีความยาวประมาณ 700 เมตร สายไฟทั้งสองฝากสะพานได้ถูกคนร้ายลักตัดไปจนเกลี้ยง และที่ใต้สะพานบางจุดคนร้ายยังลักเอาท่อเหล็กเก็บสายไฟไปด้วย
นอกจากนั้นบริเวณจุดตู้จ่ายกระแสไฟริมถนนคนร้ายก็ตัดสายไฟไปด้วยเช่นกัน ทำให้ยามค่ำคืนไฟฟ้าส่องสว่างที่อยู่ยอดเสาเหล็กจำนวนกว่า 30 ต้น บนสะพานมืดสนิท ส่งผลให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
นายสิทธิรักษ์ คล้ายอักษร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 และ นายสานิตย์ จันทรวิเชียร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลสะพลี ร่วมกันให้ข้อมูลว่า ที่ชาวบ้านมารวมตัวกันในวันนี้ไม่ได้มาประท้วง แต่มาเพื่อแสดงออกถึงความเดือดร้อนมานานนับปีแล้ว เพราะสะพานข้ามทางรถไฟแห่งนี้ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างกลางคืนจะมืดสนิท เนื่องจากถูกคนร้ายมาลักตัดสายไปทั้งหมด อีกทั้งสะพานแห่งนี้อยู่ใกล้โรงเรียนบ้านสะพลีมีทั้งครูและนักเรียน จึงทำให้เดือดร้อนกันทั้งหมด เพราะต้องใช้สัญจรไปมาในยามค่ำคืน ซึ่งเป็นถนนสายหลักไปยังถนนใหญ่เพชรเกษมและไปยังแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลหาดทุ่งวัวแล่น

“ปัญหานี้ได้นำเข้าไปพูดในที่ประชุมอำเภอ 2- 3 ครั้งแล้ว ถึงหน่วยงานเกี่ยวข้องแต่ก็ยังไม่มีการแก้ไข ซึ่งที่ผ่านมาได้มีหน่วยงาน กอ.รมน.ลงมาดูและบอกว่าจะติดตามเรื่องนี้ให้แต่ก็เงียบหายไป ซึ่งอีกไม่กี่วันนี้ก็จะถึงเทศกาลสงกรานต์ 7 วันอันตราย อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยว”


ผู้นำชาวบ้านทั้งสองคนให้ข้อมูลด้วยว่า ที่ผ่านมาได้ประสานไปยังแขวงทางหลวงชนบทซึ่งเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าทางการรถไฟยังไม่ได้ถ่ายโอนหรือส่งมอบให้กับหน่วยงานในพื้นที่ จึงยังไม่สามารถดำเนินการใด ๆได้ ในส่วนของการรถไฟพวกตนก็ได้ประสานไปแล้ว โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ใช่ความผิดของรถไฟ แต่เป็นความผิดของโจรที่มาลักตัดสายไฟ พวกตนก็ไม่รู้จะไปพึ่งใครได้อีกแล้ว จึงต้องพึ่งสื่อมวลชนเพื่อสะท้อนฝากบอกไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ให้ช่วยเร่งรัดหน่วยงานเกี่ยวข้องลงมาแก้ไขด้วย

ด้าน นายชำนิ ทนโกจารย์ ชาวบ้านในพื้นที่กล่าวว่า การที่ชาวบ้านมาราวมตัวกันในครั้งนี้เพราะสะพานข้ามทางรถไฟรางคู่ได้สร้างมา 2-3 ปีแล้ว แต่ปัญหาคือไฟฟ้าส่องสว่างไม่มีจึงทำให้การสัญจรไปมาเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งแล้ว ที่ผ่านมาได้ร้องเรียนไปทางองค์การบริหารส่วนตำบลสะพลี แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการใด ๆได้

นายชำนิกล่าวต่อว่าการสร้างสะพานข้ามทางรถไฟลักษณะนี้ตนได้ตรวจสอบในพื้นที่ของตำบลสะพลีแล้ว พบว่ายังมี อีก 2-3 แห่ง ที่มีปัญหาถูกลักตัดสายเหมือนกันมีทั้งที่หนองเนียนและทางไปเขาหลาด จึงต้องร้องเรียนสื่อให้ช่วยสะท้อนความเดือดร้อนไปถึงผู้เกี่ยวข้องด้วย


ขณะที่ นายอนุรักษ์ ลือชัย นายก อบต.สะพลี กล่าวว่ากรณีไฟส่องสว่างบนสะพานข้ามทางรถไฟรางคู่นั้น เป็นเพราะได้มีคนร้ายมาลักขโมยตัดสายไฟและแผงวงจรควบคุมไปทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ได้ลงพื้นที่ไปสอบถามชาวบ้านใกล้เคียงก็ทราบว่าได้มีคนใส่เสื้อกั๊กแบบเจ้าหน้าที่การรถไฟและผู้รับเหมา เข้ามารื้อลักษณะเหมือนการทำงานชาวบ้านจึงไม่สนใจ และมารู้ว่าเป็นคนร้ายแก๊งคนลักสายไปก็ตอนที่ไฟฟ้าสองสว่างไม่ติดแล้ว

นายอนุรักษ์กล่าวว่าที่ผ่านมาตนได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านหลายครั้งแล้วแต่ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใด ๆได้ แต่ในฐานะหน่วยงานราชการในท้องที่ ก็ได้ดำเนินการประสานไปยังผู้รับจ้างก่อสร้างซึ่งก็ได้คำตอบมาว่าจะไปหารือกับบอร์ดการรถไฟก่อนและขอเวลาประมาณ 1 เดือน จนถึงขณะนี้ผ่านไปเป็นปีแล้วก็เงียบหาย กระทั่งวันนี้ตนได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านว่ามีประชาชนมารวมตัวกันแสดงออกถึงความเดือดร้อนผ่านผู้สื่อข่าวจึงลงไปดูในพื้นที่ดังกล่าว


นายอนุรักษ์กล่าวว่าปัญหานี้ทราบว่าเกิดขึ้นในหลายพื้นที่มีตั้งแต่อำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลงมาจนถึงจังหวัดชุมพร ซึ่งจุดอื่น ๆไม่ค่อยมีปัญหามาก แต่สะพานที่ชาวบ้านมารวมตัวกันครั้งมีปัญหามาก เพราะเป็นเส้นทางที่มีนักท่องเที่ยวใช้สัญจรจำนวนมากเพื่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวหาดทุ่งวัวแล่น ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวได้ชนหัวสะพานมาแล้วเพราะกลางคืนจะมืดมากมองไม่เห็น เนื่องจากทางขึ้นและลงสะพานจะมีทางแยกทางร่วม ซึ่งจะมีราวเหล็กโพล่ยื่นลงมากั้นบริเวณทางขึ้นทางลง และทางเบี่ยงกลับรถใต้สะพาน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ตนได้แก้ปัญหาโดยการประสานขอความอนุเคราะห์ผู้รับจ้างในพื้นที่ให้นำแผงสัญญาณไฟกระพริบแบบโซลาเซลล์มาติดตั้งเพื่อป้องกันอันตรายไว้ก่อน จนกว่าหน่วยงานเกี่ยวข้องจะมาติดตั้งไฟส่องสว่าง.