ตามล่า “แก๊งโจรเครื่องแบบ” บุกปล้นแรงงานต่างด้าว ยกตู้เซฟเงินสด สร้อย-แหวน รวมกว่าแสนบาทหนีลอยนวล
ชุดสืบสวนตามแกะรอยแก๊งเครื่องแบบอ้างชุดปฏิบัติการตรวจยาเสพติด ล็อกตัว 5 ชีวิตแรงงานต่างด้าวขังหลังบ้าน ก่อนยกตู้เซฟหนีลอยนวล สร้อย แวน ทองคำ รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาทหนีลอยนวล

แก๊งเครื่องแบบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ปล้นทรัพย์รายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเหตุเกิดเวลา 20.00 น. วันที่ 17 พ.ค. 2569 ร.ต.ท.อาทิตย์ ธรรมกิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายอ้างตัวเป็นตำรวจบุกปล้นบ้านเลขที่ 221 ม.17 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.ท่าแซะ, พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร รอง ผกก.(สอบสวน) กำลังชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.)
ที่เกิดเหตุพบผู้เสียหายชาวเมียนมาร์จำนวน 5 คน อยู่ในอาการตื่นตระหนกตกใจ นำโดย นางตาล ตาล เมี๊ยะ โดยให้การกับเจ้าหน้าที่ด้วยความตื่นตระหนกว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายเวลาประมาณ 15.00 น. ขณะที่ทุกคนกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้าน ได้มีรถยนต์กระบะ 4 ประตู โตโยต้า สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับเข้ามาจอดด้วยท่าทีพิรุธ

จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 4 คน แต่งกายเลียนแบบชุดปฏิบัติการนอกเครื่องแบบของตำรวจ เสื้อแขนยาวสีดำ พร้อมอาวุธปืนครบมือ และชายอีก 1 คนแต่งกายชุดธรรมดาพกมีดดาบสะพายหลัง อำพรางใบหน้ามิดชิด ได้เดินตรงเข้ามาแสดงตัวอ้างเป็น “เจ้าพนักงาน” จะขอเข้าตรวจค้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนจะใช้ปืนจู่โจมบังคับต้อนพวกตนทั้ง 5 คน ไปกักขังไว้ในห้องพักด้านหลังบ้าน และสั่งห้ามส่งเสียงหรือมองออกมาเด็ดขาด
หลังจากจำกัดบริเวณเหยื่อได้แล้ว กลุ่มคนร้ายได้สวมรอยเป็นโจรเข้า รื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้านอย่างใจเย็น โดยเป้าหมายหลักคือ “ตู้เซฟ” ขนาดสูง 60 ซม. กว้าง 30 ซม. ซึ่งคนร้ายตรงเข้ายกตู้เซฟดังกล่าวทันที โดยภายในมีเงินสดจำนวน 102,000 บาท ต่างหูทองคำ 6 คู่ แหวนทองคำ 2 วง น้ำหนักรวมประมาน 1 บาท และเม็ดพลอยมูลค่าหมื่นกว่าบาท
นอกจากนี้ยังมีสิ่งสำคัญคือ “โฉนดที่ดินในประเทศพม่า” อีกจำนวน 6 ฉบับ และใบเกิดของบุตร ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการทำมาหากิน

ก่อนหลบหนีคนร้ายยังรื้อค้นห้องพักอีกห้อง ได้เงินสดในกระเป๋าไปเพิ่มอีก 900 บาท จากนั้นได้ช่วยกันแบกตู้เซฟขึ้นท้ายรถกระบะโตโยต้าสีดำ เร่งเครื่องเร่งหนีออกไปทางเส้นทางเปลี่ยวในตำบลรับร่อ กว่าผู้เสียหายจะตั้งสติและทุบประตูออกมาแจ้งสายตรวจบางมาสได้ เวลาก็ล่วงเลยไปหลายชั่วโมง
ด้าน พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.ท่าแซะ สั่งการด่วนให้จัดกำลังชุดสืบสวน และชุดปราบปราม ปูพรมตรวจค้นพื้นที่และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเข้า-ออกตำบลรับร่อทันที พร้อมให้เจ้าหน้าที่ พฐ. เข้าเก็บดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝงรอบบริเวณบ้านอย่างละเอียด

แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนเปิดเผยว่า คดีนี้คนร้ายวางแผนมาเป็นอย่างดี เลือกใช้รถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และอาศัยช่วงเวลาที่ปลอดคน ที่สำคัญคือ “รู้ว่าในบ้านมีตู้เซฟและรู้จุดตั้ง” พฤติการณ์จึงไม่น่าจะเป็นการสุ่มตรวจค้นทั่วไป แต่น่าจะมี “สายข่าว” หรือ “เกลือเป็นหนอน” ที่รู้ความเคลื่อนไหวทางการเงินของกลุ่มผู้เสียหายชาวเมียนมากลุ่มนี้ คาดว่าน่าจะได้ตัวแก๊งโจรแต่งเครื่องแบบเก๊กลุ่มนี้มาดำเนินคดีในเร็วๆ นี้ เนื่องจากเป็นคดีปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธและยานพาหนะ ซึ่งมีโทษทัณฑ์ขั้นรุนแรง.



