ฐานชุมพร ท่องเที่ยว กีฬา ทั่วไป ร้องเรียน อาชญากรรม

เพื่อ “บ้านพ่อ-คลองในหลวง” ของเรา

เพื่อ “บ้านพ่อ-คลองในหลวง” ของเรา ถึงเวลาทบทวน “สนามแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง” เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชุมพร จากงานประเพณีท้องถิ่น สู่เทศกาลระดับประเทศ คำถามใหญ่ของจังหวัด – ถึงเวลาหรือยังที่จะมองหาสถานที่แห่งใหม่?

การแข่งขันเรือยาว “ขึ้นโขนชิงธง” ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร จัดขึ้นที่บริเวณคลองหัววัง–พนังตัก ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองชุมพร ถือเป็นงานประเพณีสำคัญที่อยู่คู่จังหวัดชุมพรมานาน และเป็นกิจกรรมที่ดึงดูดทั้งประชาชนในพื้นที่ นักท่องเที่ยว และผู้มาเยือนจากต่างจังหวัด

ทุกปีที่มีการจัดงาน และเมื่อจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้น คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า สถานที่จัดงานในปัจจุบันยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับการเติบโตของงานในอนาคตหรือไม่?

โดยเฉพาะปัญหาที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวพบเห็นในช่วงจัดงาน ได้แก่ พื้นที่คับแคบ ความหนาแน่นของผู้คน การจราจรติดขัด พื้นที่จอดรถมีจำกัด การเดินทางเข้า–ออกไม่สะดวก รวมถึงข้อจำกัดในการจัดระบบบริการและความปลอดภัย

สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่เพียงปัญหาของ “การจัดงานหนึ่งครั้ง” แต่ควรถูกมองเป็นโจทย์ใหญ่ของจังหวัดว่า เราจะยกระดับงานประเพณีสำคัญของชุมพรให้รองรับคนจำนวนมากได้อย่างไร

ปัญหาการจราจร ไม่ใช่เรื่องเล็ก เมื่อพื้นที่จัดงานมีขนาดจำกัด แต่ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก ย่อมเกิดการกระจุกตัวของรถยนต์และผู้คน ช่วงก่อนการแข่งขันและหลังการแข่งขัน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ประชาชนเดินทางเข้าและออก เกิดปัญหาการจราจรสะสม การจอดรถริมทาง รถเข้า–ออกสวนทางกัน และความล่าช้าในการเดินทาง และเรื่องความปลอดภัยและการเข้าถึงของรถฉุกเฉิน หากเกิดอุบัติเหตุหรือมีผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินในช่วงที่พื้นที่หนาแน่น พื้นที่รองรับที่เพียงพอ ย่อมมีความสำคัญอย่างมาก

ดังนั้น การแก้ปัญหาไม่ควรมองเพียงว่า “ปีนี้จะจัดการจราจรอย่างไร” แต่ควรถามว่า“เราควรออกแบบพื้นที่จัดงานอย่างไร เพื่อไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดขึ้นซ้ำทุกปี?”

ทางเลือกที่น่าสนใจ “บ้านพ่อ แก้มลิงหนองใหญ่” หนึ่งในแนวคิดที่ประชาชนจำนวนมากเสนอ คือ การศึกษาความเป็นไปได้ในการย้ายพื้นที่จัดการแข่งขันไปยังบริเวณ “คลองในหลวง” ระหว่าง ศาลาทรงงาน สะพานชมกวาง อาคารศูนย์เรียนรู้ 8 เหลี่ยม ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา โครงการพัฒนาพื้นที่ตามพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือพื้นที่แก้มลิงหนองใหญ่ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร

พื้นที่ดังกล่าวมีจุดที่น่าสนใจหลายประการ ทั้งคลองที่ยาวทอดตรง สองฝากริมตลิ่ง เป็นพื้นที่เฉพาะ ไม่มีบ้านเรือนอยู่อาศัย เหมาะแก่การชมและเชียร์ อย่างมีสีสันและสวยงาม  

หากมีการศึกษาทางวิศวกรรม ผังพื้นที่ การระบายน้ำ และอื่นๆ อย่างรอบด้าน จะพบว่ามีความเหมาะสมในทุกๆด้าน

1. มีโอกาสออกแบบพื้นที่ได้เป็นระบบมากกว่า สามารถวางระบบได้ตั้งแต่จุดจอดรถ จุดรับ – ส่งประชาชน ทางเดินคนจุดชมการแข่งขัน จุดบริการอาหาร ห้องน้ำ จุดปฐมพยาบาล จุดบริการนักท่องเที่ยว พื้นที่สื่อมวลชน จุดรักษาความปลอดภัย ทางสำ
หรับรถฉุกเฉิน ขณะที่พื้นที่เดิมที่มีข้อจำกัดอย่างมาก

2. ช่วยลดการกระจุกตัวของการจราจร หากสามารถออกแบบเส้นทางเข้า–ออกและพื้นที่จอดรถให้เหมาะสมตั้งแต่ต้น ก็มีโอกาสบริหารรถยนต์และประชาชนจำนวนมากได้ดีกว่าพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านกายภาพ แนวคิดสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “ย้ายสนามแข่งเรือ” แต่คือ “ออกแบบพื้นที่จัดงานใหม่ทั้งระบบ” ให้การเดินทาง การท่องเที่ยว และความปลอดภัยเดินไปพร้อมกัน

3. เชื่อมโยง “กีฬา–ประเพณี–ศาสตร์พระราชา” จุดแข็งที่สำคัญของพื้นที่หนองใหญ่ คือสามารถเชื่อมโยงงานแข่งเรือเข้ากับเรื่องราวของ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและศาสตร์พระราชา ได้ หากมีการวางผังอย่างเหมาะสม งานแข่งเรืออาจไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมแข่งขันกีฬาและประเพณี แต่สามารถพัฒนาเป็น เทศกาลการเรียนรู้ของจังหวัดชุมพร

นักท่องเที่ยวเดินทางมาชมการแข่งขัน ขณะเดียวกันสามารถเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำ การแก้ปัญหาน้ำท่วม–น้ำแล้ง การพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ และภูมิปัญญาท้องถิ่น นี่อาจเป็นการเพิ่ม “คุณค่าของงาน” มากกว่าการเพิ่มเพียงจำนวนผู้เข้าชม

แต่การย้ายสถานที่ต้องตอบคำถามให้ครบทุกด้าน การเสนอให้ย้ายสถานที่ ไม่ควรตัดสินใจจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว จังหวัดชุมพร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดทำการศึกษาเปรียบเทียบอย่างเป็นระบบระหว่างพื้นที่เดิมกับพื้นที่ที่เสนอใหม่ เพื่อตอบคำถามอย่างรอบด้านครบถ้วน

โดยพิจารณาอย่างรอบด้าน อาทิ  การจราจรและระบบขนส่ง การรองรับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถโดยสาร และรถฉุกเฉินได้มากเพียงใด ความปลอดภัย จุดปฐมพยาบาล และ ระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า น้ำประปา ห้องน้ำ การจัดการขยะ และระบบสื่อสารพร้อมหรือไม่ ซึ่งต้องมีการประเมินอย่างรอบคอบ รอบด้าน และสิ่งสำคัญคือ ศักยภาพรองรับประชาชน สามารถรองรับผู้ชม นักท่องเที่ยว จำนวนมากโดยไม่เกิดความแออัดได้หรือไม่ 

สิ่งสำคัญที่สุด การตัดสินใจเรื่องสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ ไม่ควรถูกผูกไว้กับความคุ้นเคยกับสถานที่เดิม หรือความสะดวกของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ควรตั้งคำถามว่า “สถานที่ไหนให้ประโยชน์กับประชาชนชุมพรและผู้มาเยือนมากที่สุด?” 

ถ้าพื้นที่เดิมเหมาะสมที่สุด ก็ต้องมีข้อมูลรองรับว่าเพราะเหตุใด ถ้าพื้นที่ใหม่เหมาะสมกว่า ก็ต้องมีข้อมูลยืนยันเช่นเดียวกัน และหากยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ คำตอบที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ “ย้าย” หรือ “ไม่ย้าย” แต่คือ “จังหวัดควรศึกษาความเป็นไปได้อย่างจริงจัง” 

ข้อเสนอเพื่ออนาคตของงาน “ขึ้นโขนชิงธง” จังหวัดชุมพรอาจตั้งคณะทำงานร่วมจากหลายภาคส่วน ได้แก่ จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว หน่วยงานด้านการจราจร ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ตัวแทนชุมชน สื่อมวลชน จากนั้นเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน และนำพื้นที่เดิมกับพื้นที่ใหม่มาวิเคราะห์ด้วยข้อมูลจริง ไม่ใช่ตัดสินจากความรู้สึก และไม่ใช่ตัดสินจากผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะสนามแข่งเรือขึ้นโขนชิงธงไม่ได้เป็นของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและกิจกรรมสำคัญของคนชุมพร

จาก “สนามแข่งเรือ” สู่ “แลนด์มาร์กการท่องเที่ยว” หากสามารถพัฒนาพื้นที่ใหม่ได้อย่างเหมาะสม งานขึ้นโขนชิงธงอาจถูกยกระดับจากการแข่งขันประจำปี ไปสู่ เทศกาลท่องเที่ยวระดับชาติ มีทั้งการแข่งขันเรือ ตลาดสินค้าเกษตรและอาหารท้องถิ่น กิจกรรมวัฒนธรรม นิทรรศการศาสตร์พระราชา เส้นทางเรียนรู้โครงการพระราชดำริ กิจกรรมสำหรับเยาวชน พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และระบบขนส่ง–จอดรถที่เป็นมาตรฐาน

สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้นักท่องเที่ยวไม่ได้มาเพียง “ดูแข่งเรือแล้วกลับบ้าน” แต่สามารถ อยู่กิน เที่ยว เรียนรู้ และใช้จ่ายในจังหวัดชุมพร เกิดรายได้หมุนเวียนให้กับคนในพื้นที่มากขึ้น

คำถามที่จังหวัดชุมพรต้องตอบ ท้ายที่สุดแล้ว คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “จะจัดแข่งเรือที่ไหน?” แต่คือ “เราต้องการให้งานขึ้นโขนชิงธงของชุมพรเติบโตไปในทิศทางใด?” จะยังคงจัดในพื้นที่เดิมและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปปีต่อปี หรือจะเริ่มวางแผนสร้างพื้นที่จัดงานที่สามารถรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในอนาคตได้อย่างเป็นระบบ?

หากพื้นที่ “คลองในหลวง” บริเวณแก้มลิงหนองใหญ่ “บ้านพ่อ” มีศักยภาพจริง ก็ควรเปิดโอกาสให้มีการศึกษาความเป็นไปได้อย่างเป็นทางการ และนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับพื้นที่เดิมอย่างโปร่งใส เพราะเป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่การเอาชนะกันว่า “พื้นที่ไหนต้องชนะ” แต่คือการหาคำตอบว่า “พื้นที่ไหนดีที่สุดสำหรับคนชุมพร นักท่องเที่ยว และอนาคตของจังหวัด?”

และหากสามารถหาพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดได้ งานขึ้นโขนชิงธงชิงถ้วยพระราชทาน ก็จะไม่ได้เป็นเพียงประเพณีที่สืบทอดจากอดีต แต่สามารถกลายเป็น งานประเพณีระดับจังหวัด สู่ระดับประเทศ ที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย สร้างรายได้ และเป็นพื้นที่เรียนรู้ศาสตร์พระราชาให้คนรุ่นต่อไปได้อย่างภาคภูมิ.