อบจ.ชุมพร เปิดบ้านต้อนรับคณะครู–นักเรียนโรงเรียนบ้านน้ำขาว จ.ระนอง ศึกษาดูงาน “ศาสตร์พระราชา” เรียนรู้ต้นแบบแก้มลิงหนองใหญ่
องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ให้การต้อนรับคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนบ้านห้วยทรายขาว จังหวัดระนอง ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานและเรียนรู้แนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำ ณ โครงการแก้มลิงหนองใหญ่ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ซึ่งถือเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญด้าน “ศาสตร์พระราชา” ที่สามารถนำหลักคิดไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตและการพัฒนาชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

การศึกษาดูงานครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงให้เยาวชนได้เห็นสถานที่จริงเท่านั้น แต่เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จาก “พื้นที่จริง” เข้าใจที่มาของปัญหา เห็นกระบวนการแก้ไข และมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง น้ำ ธรรมชาติ อาชีพ ชุมชน และคุณภาพชีวิตของประชาชน
จากปัญหาน้ำ สู่แนวคิด “แก้มลิง”หนึ่งในองค์ความรู้สำคัญของโครงการแก้มลิง คือแนวคิดการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ โดยอาศัยหลักการกักเก็บน้ำในช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก แล้วนำมาใช้หรือบริหารจัดการในช่วงที่น้ำขาดแคลน เปรียบเสมือนการเก็บน้ำไว้ในพื้นที่รับน้ำเพื่อช่วยลดผลกระทบจากน้ำหลาก และเพิ่มต้นทุนน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ในช่วงเวลาที่เหมาะสม
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาน้ำไม่ได้มีเพียงการสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ต้องอาศัยการวางระบบให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่

สำหรับ “หนองใหญ่” จังหวัดชุมพร จึงเป็นพื้นที่ที่สามารถใช้เป็นห้องเรียนภาคสนาม ให้เยาวชนได้มองเห็นภาพของการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับน้ำ การกักเก็บ การระบายน้ำ ไปจนถึงการนำทรัพยากรน้ำมาใช้ประโยชน์เพื่อประชาชน
“ศาสตร์พระราชา” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหัวใจสำคัญของการศึกษาดูงาน คือการทำความเข้าใจว่า “ศาสตร์พระราชา” สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเป็นการรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การวางแผน การพึ่งพาตนเอง การทำงานอย่างมีเหตุผล และการคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม
หลักคิดเหล่านี้สามารถถ่ายทอดไปสู่เยาวชนได้ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ในพื้นที่จริง เพราะเด็กและเยาวชนจะไม่ได้เรียนรู้เพียงจากตำรา แต่ได้เห็นตัวอย่างของการนำแนวคิดไปใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน
การพานักเรียนจากจังหวัดระนองมาศึกษาแหล่งเรียนรู้ในจังหวัดชุมพร จึงเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างจังหวัด และเปิดมุมมองให้เยาวชนเห็นว่าองค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรสามารถนำไปปรับใช้ได้กับพื้นที่ของตนเอง

เรียนรู้เรื่อง “น้ำ” เพื่อเข้าใจการพัฒนาชุมชน น้ำไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับการอุปโภคบริโภค แต่เชื่อมโยงกับภาคการเกษตร อาชีพ รายได้ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของชุมชน
เมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำแล้ง ผลกระทบจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ระดับครัวเรือน แต่สามารถขยายไปถึงพื้นที่เกษตรกรรม ระบบเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
การเรียนรู้เรื่องแก้มลิงจึงช่วยให้นักเรียนเข้าใจ “ภาพใหญ่” ของการบริหารจัดการทรัพยากร และเห็นว่าการพัฒนาพื้นที่หนึ่งแห่งจำเป็นต้องพิจารณาความสัมพันธ์ของหลายปัจจัยร่วมกัน
จากหนองใหญ่กลับสู่โรงเรียน ต่อยอดองค์ความรู้ สิ่งสำคัญของการศึกษาดูงานไม่ใช่เพียงการจดจำข้อมูล แต่คือการนำความรู้กลับไปต่อยอด

นักเรียนสามารถนำแนวคิดที่ได้จากหนองใหญ่ไปตั้งคำถามกับพื้นที่ของตนเอง เช่นพื้นที่ชุมชนของเรามีแหล่งน้ำประเภทใดบ้าง เมื่อฝนตกหนัก น้ำไหลไปทางไหนในช่วงหน้าแล้ง ชุมชนมีน้ำเพียงพอหรือไม่ มีพื้นที่ใดสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำได้ คนในชุมชนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลแหล่งน้ำอย่างไร เราจะใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร
คำถามเหล่านี้สามารถเปลี่ยนการศึกษาดูงานจาก “กิจกรรมหนึ่งวัน” ให้กลายเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง และอาจพัฒนาไปสู่โครงงานของนักเรียนด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการน้ำ หรือการพัฒนาชุมชนได้ในอนาคตเยาวชนคือกำลังสำคัญของการรักษาทรัพยากร

การปลูกฝังความเข้าใจเรื่องทรัพยากรธรรมชาติตั้งแต่วัยเรียน ถือเป็นการสร้างรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะเมื่อเยาวชนเข้าใจว่าทรัพยากรน้ำมีความสำคัญต่อชีวิตอย่างไร ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดความตระหนักและมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรในพื้นที่ของตนเอง
การต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านน้ำขาว จังหวัดระนอง ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร จึงมีความหมายมากกว่าการศึกษาดูงานทั่วไป แต่เป็นการเชื่อมโยง “แหล่งเรียนรู้–องค์ความรู้–เยาวชน–ชุมชน” เข้าด้วยกัน
หนองใหญ่ ห้องเรียนที่ไม่มีผนัง แก้มลิงหนองใหญ่จึงสามารถมองได้ในอีกมิติหนึ่งว่าเป็น “ห้องเรียนที่ไม่มีผนัง” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากพื้นที่จริง เห็นปัญหาจริง และเข้าใจกระบวนการจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องการบริหารจัดการน้ำ แต่ยังครอบคลุมถึงการคิดอย่างเป็นระบบ การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การมีส่วนร่วมของชุมชน และการพัฒนาที่คำนึงถึงความสมดุลระหว่างคนกับธรรมชาติ
จากจังหวัดระนองสู่จังหวัดชุมพร และจากหนองใหญ่กลับไปสู่โรงเรียน ความรู้ที่ได้รับจึงสามารถเดินทางต่อไปกับนักเรียนแต่ละคน เพื่อกลายเป็นแนวคิดในการดูแลบ้านเกิดและทรัพยากรของชุมชนในอนาคต เพราะศาสตร์พระราชาไม่ได้อยู่เพียงในหนังสือ แต่สามารถเรียนรู้ได้จากผืนดิน สายน้ำ และวิถีชีวิตของประชาชน และเมื่อองค์ความรู้ถูกส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง การพัฒนาที่ยั่งยืนก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง.
19 ก.ย.69









