ระดม 950 ผู้บริหารท้องถิ่น–ผู้นำชุมชน ทำความเข้าใจแนวทางคุ้มครองประชาชน รับมือภัยพิบัติ จ่ายชดเชยสูงสุด 1 แสนบาทต่อครัวเรือน

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น. นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดโครงการประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติสำหรับประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จังหวัดชุมพร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และแนวทางดำเนินงานตามระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
โดยมี นายจีรศักดิ์ แสงหอย ปลัดจังหวัดชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร นายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้เกี่ยวข้อง รวมประมาณ 950 คน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมโรงแรมลอฟต์ มาเนีย บูติค โฮเทล อำเภอเมืองชุมพร
รัฐบาลปรับแนวทางรับมือภัยพิบัติ เน้นบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า

ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญภัยพิบัติที่มีแนวโน้มเกิดบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้พื้นที่เสี่ยงภัยมีความแปรปรวนและคาดการณ์ได้ยาก ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และที่อยู่อาศัยของประชาชน ทั้งในพื้นที่เสี่ยงภัยเดิมและพื้นที่ที่ไม่เคยประสบภัยมาก่อน ขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบภัย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความถี่และความรุนแรงของภัยพิบัติ
รัฐบาลจึงกำหนดแนวทางยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติ จากเดิมที่เน้นการช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ ไปสู่การบริหารจัดการและถ่ายโอนความเสี่ยงล่วงหน้า โดยใช้ระบบประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการสร้างหลักประกันให้ประชาชน พร้อมลดความเสี่ยงด้านงบประมาณของภาครัฐ
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เห็นชอบในหลักการให้มี “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” โดยให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยเพื่อคุ้มครองประชาชนจากความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองและได้รับค่าสินไหมทดแทนรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยให้ภาครัฐวางแผนบริหารความเสี่ยงและจัดสรรงบประมาณได้อย่างเป็นระบบ

เปิดรายละเอียดความคุ้มครองประกันภัยพิบัติ ปี 2570
สำหรับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ รัฐบาลกำหนดระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 โดยมีเป้าหมายครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ แบ่งรายละเอียดความคุ้มครองตามข้อมูลที่ชี้แจง ดังนี้
1. ภัยพิบัติที่ได้รับความคุ้มครอง
- อุทกภัย หรือน้ำท่วม
- วาตภัย เช่น ลมพายุและฟ้าผ่า
- แผ่นดินไหว รวมถึงสึนามิ
2. หลักเกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทน
กรณีที่อยู่อาศัยเสียหายจากน้ำท่วม
- จ่ายเงินชดเชยเบื้องต้น 10,000 บาท โดยไม่ต้องรอการประเมินความเสียหาย
- จ่ายส่วนที่เหลือตามมูลค่าความเสียหายจริง สูงสุดไม่เกิน 90,000 บาท
- รวมวงเงินชดเชยสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลังคาเรือน
- กรณีน้ำท่วมล้อมตัวบ้านต่อเนื่องเกิน 7 วันจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ จะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาทต่อหลังคาเรือน ตามเงื่อนไขที่กำหนด
กรณีที่อยู่อาศัยเสียหายจากวาตภัยหรือแผ่นดินไหว
- จ่ายเงินชดเชยเบื้องต้น 5,000 บาท
- จ่ายส่วนที่เหลือตามมูลค่าความเสียหายจริง สูงสุดไม่เกิน 95,000 บาท
- รวมวงเงินชดเชยสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลังคาเรือน
กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
- เสียชีวิตจากภัยพิบัติ จ่ายเงินผลประโยชน์ 2,000,000 บาทต่อคน ให้แก่ทายาทโดยธรรม
- ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จ่ายเงินผลประโยชน์ 200,000 บาทต่อคน
อย่างไรก็ตาม ความคุ้มครองไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569
การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถถ่ายทอดข้อมูลแก่ประชาชนได้อย่างถูกต้อง และเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงสิทธิความคุ้มครองตามระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ









