Uncategorized

ด่านปฐมพรรวบ2ผัวเมียขนไอซ์กว่าครึ่งตัน

ตำรวจด่านปฐมพร รวบสองผัวเมีย ขับรถกระบะตู้ทึบขนไอซ์กว่าครึ่งตัน ส่งชายแดนใต้ สารภาพทำแล้วหลายครั้งค่าจ้างเที่ยวละเป็นแสน

เมื่อเวลา 00.20 น.วันที่ 13 พฤษภาคม 69 พ.ต.ท.ปิยพล ฉัตรภูมิ สวป.สภ.เมืองชุมพร ในตำแหน่งหัวหน้าด่านตรวจปฐมพร อ.เมือง จ.ชุมพร ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบขนไอซ์ จำนวนมากมากับรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 4 ฒค 6843 กรุงเทพฯ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาให้ได้ทราบ ก่อนประชุมวางแผนกับ พ.ต.อ.ปริญญา ตัณฑสุวรรณ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพรเพื่อจัดกำลังกระจายสกัดจับ



ต่อมา เวลา 04.00 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฝ้าสกัดจับ ประจำจุดอยู่บริเวณสี่แยกท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้วิทยุแจ้งไปยังด่าน เพื่อทำการตั้งด่านตรวจสกัด โดยใช้กำลังตำรวจเพียง 2 นาย ยืนประจำด่านเหมือนใกล้จะเลิกด่าน และอีกส่วนขึ้นอยู่ประจำรถยนต์ เพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อรถเป้าหมายมาถึง

จนกระทั้งเวลา 05.00 น.รถยนต์เป้าหมายได้ขับมาถึงด่าน โดยมีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขับประกบตามหลังมา เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถยนต์ออกมาปิดถนน เพื่อป้องกันการขับแหกด่านหลบ และได้เรียกจอด จากการตรวจสอบทราบคนขับชื่อ นายสิทธิแบงค์ โคตรสมบัติ อายุ 24 ปี บ้านอยู่ ม.3 ต.หินโคน อ.จักราช จ.นครราชสีมา และมีนางสาวธัญญารัตน์ เกิดทาน้อย อายุ 28 ปี บ้านอยู่ ม.4 ต.เนินมะปราง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เป็นภรรยา คนขับนั่งโดยสารมา โดยคนขับท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ทราบก่อนขอตรวจค้น โดย นายสิทธิแบงค์ ยินยอมพร้อมเป็นผู้เปิดตู้



เจ้าหน้าที่พบเก้าอี้พลาสติก สีเขียวอ่อน จำนวนนับสิบตัววางซ้อนกันอยู่ด้านท้ายของตัวกระบะ แต่เมืองเอาเก้าอี้ทั้งหมดออก พบห่อถุงสีดำ ขนาดใหญ่ จำนวน 12 กระสอบ วางเรียงซ้อนกันอยู่ติดกระบะด้านใจสุด เจ้าหน้าที่จึงได้นำมาตรวจสอบ พบยาไอซ์ ขนาดก้อนละ 1 กก. ห่อถุงพลาสติกใสตราม้าทอง ซุกซ่อนอยู่ภายในกระสอบ ตรวจนับได้ทั้งหมด 519 กก. จึงทำการยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนนำทั้งสองมาสอบปากคำ

จากการสอบสวน นายสิทธิแบงค์ ให้การว่า ตนเองรับจ้างขนยาเสพติด จากนายใหญ่ (ขอสงวนนาม)มาหลายครั้งแล้ว โดยนายใหญ่ จะให้ไปรับยาเสพติด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น ยาไอซ์ จากโกดังแห่งหนึ่งใน จ.นครนายก เพื่อนำไปส่งให้กับลูกค้าที่ จ.สงขลา เพื่อจะส่งต่อไปประเทศมาเลเซีย โดยแต่ละครั้งค่าจ้างจะไม่เท่ากันอยู่ที่จำนวนของ โดยเที่ยวที่ผ่านมา ได้ค่าจ้าง 1 แสนบาท เพราะของมาก แต่ครั้งนี้ได้ค่าจ้าง 5 หมื่นบาท ของน้อย แต่ยังไม่ถึงปลายทางก็มาถูกจับเสียก่อน



นายสิทธิแบงค์ ยังให้การว่า ทุกครั้งที่ลักลอบขนยาเสพติด จะมีรถยนต์นำหน้า 2 คัน เพื่อตรวจดูเส้นทาง ว่ามีด่านหรือไม่ และจะมีรถยนต์ปิดท้ายอีกครั้ง คอยกันหากมีรถต้องสงสัยตามมาประกอบ แต่เที่ยวนี้ทางสองคันที่นำหน้า แจ้งมาว่ามีด่าน แต่มีตำรวจเพียง 2 คน กำลังจะเลิกด่าน ซึ่งตนเห็นเป็นประจำว่าที่ด่านมักจะเลิกก่อนรุ่งเช้าตลอด จึงได้ขับมาแต่ไม่คิดว่า รถคันที่ขับตามมาไม่ใช่รถของทีมงานกลับมาเป็นรถตำรวจที่วิ่งประกอบมา

เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกจับกุมความพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาทั้งสองสามีภรรยา “ร่วมกันมียาเสพติด ประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครอง ก่อนจะขยายผลจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดแก๊งนี้ต่อไป



ต่อมา พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้เดินทางมาตรวจสอบพร้อมร่วมสอบปากคำ ก่อนเปิดเผยว่า การจับกุมเป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ความสำคัญเรื่องปัญหายาเสพติด ซึ่งให้มุ่งเน้นให้ตั้งด่านเฝ้าสกัดจับในการลำเลียงยาเสพติดลงสู่ภาคใต้ โดยเฉพาะด่านปฐมพรตนเองได้กำชับ ให้เคร่งครัด กวดขันในการตั้งจุดตรวจเพื่อตรวจสิ่งผิดกฎหมาย และยาเสพติด

“จริง ๆ การตั้งจุดตรวจมันภารกิจสำคัญ เป็นการป้องกันปราบปราม และมันอาจจะมีการกระทบความเดือดร้อนและสร้างความไม่พอใจกับประชาชนบ้าง แต่การตั้งด่านมีความสำคัญ เพราะเป็นการป้องปราม สกัดกั้นจับกุมผู้กระทำผิด ซึ่งด่านนี้ก็สามารถจับยาเสพติด อยู่บ่อยครั้ง ทั้งผู้เสพ ผู้ค้ารายเล็ก รายใหญ่ ไปถึงขบวนการค้ายาเสพติด จึงขอสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่าการตั้งด่านนั้นเพื่อป้องปราบเหตุทุกมิติ “พล.ต.ต.จิตเกษม กล่าว.