Uncategorized

เดินหน้าสางคดีชายแดนแก๊งอิทธิพล-เจ้าหน้าที่รัฐ

ผอ.ส่วนสอบสวนผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่เดินหน้าสางคดี “แก๊งอิทธิพล–เจ้าหน้าที่รัฐ” รุกยึดพื้นที่ข้ามแดน ตั้งฐานขนสินค้าและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย พบผู้นำท้องถิ่นที่เคยข่มขู่ ตชด. ถูกปลดออกจากตำแหน่งแล้ว

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าและการลักลอบใช้เส้นทางข้ามแดนไทย–เมียนมา ในพื้นที่ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย ร.ต.ต. พงศกร มีพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวน 4 สำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะ และเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 นำโดย พ.อ.ดุสิต เกษรแก้ว หัวหน้าคณะทำงานแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4

จากการตรวจสอบพบว่า มีการใช้รถแบ็กโฮและรถแทรกเตอร์แผ้วถางป่า ตัดถนนจากฝั่งประเทศไทยเข้าไปยังประเทศเมียนมา ผ่านพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนล่าง) เพื่ออำนวยความสะดวกในการบุกรุกพื้นที่ทำการเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงใช้เป็นเส้นทางลักลอบขนส่งสินค้า พืชผลทางการเกษตร และแรงงานต่างด้าวเข้า–ออกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย

การสืบสวนเชิงลับของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินและ กอ.รมน. ภาค 4 ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 พบว่ามีทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนบางส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าว

ภายหลังเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนล่าง) ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์เป็นคดีอาญา โดยระบุว่ามีผู้ไม่ทราบชื่อและจำนวนบุกรุกพื้นที่ป่า แผ้วถางและตัดถนนภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและป่าสงวนแห่งชาติ แต่เนื่องจากยังไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้ จึงมีคำสั่งงดการสอบสวนชั่วคราว พร้อมส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดชุมพร ซึ่งมีความเห็นให้คืนสำนวนไว้ หากพบตัวผู้กระทำผิดในภายหลังสามารถรื้อฟื้นการสอบสวนได้ทันที

ต่อมา พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก. สภ.ท่าแซะ ได้ประสานสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำ เนื่องจากเป็นผู้มีข้อมูลสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน

จากนั้นเมื่อวันที่ 25–26 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ร.ต.ต. พงศกร มีพันธุ์ พร้อมคณะ จึงเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน พร้อมส่งมอบรายงานการสืบสวน ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ และพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อใช้ประกอบการสืบสวนติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4102 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 414 (ช่องหินดาด) หมู่ 10 ตำบลรับร่อ พบว่าช่องทางดังกล่าวถูกปิดตายแล้ว มีการติดตั้งรั้ว ล็อกกุญแจ และลวดหนามหีบเพลง ไม่อนุญาตให้บุคคลหรือยานพาหนะผ่านเข้า–ออก เนื่องจากไม่ใช่ช่องทางผ่านแดนที่ถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับจุดดังกล่าว เคยเกิดเหตุเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนสกัดรถบรรทุกแรงงานชาวเมียนมาประมาณ 40 คน ที่พยายามข้ามแดนไปทอดกฐินในประเทศเมียนมาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดการโต้เถียงกับผู้นำท้องถิ่นรายหนึ่ง จนมีวลีที่เป็นกระแสว่า “ให้ดูว่าดาวของผู้กองกับดาวของกำนัน ดาวใครจะใหญ่กว่ากัน” ก่อนที่ ตชด. จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ล่าสุด ผู้นำท้องถิ่นรายดังกล่าวถูกจังหวัดชุมพรตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และมีมติว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จังหวัดชุมพรจึงมีคำสั่งที่ 1091/2569 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ให้ ปลดออกจากตำแหน่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง

สำหรับการส่งมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้พนักงานสอบสวนสามารถเดินหน้าขยายผล สืบสวนหาตัวผู้ร่วมกระทำผิด ทั้งขบวนการผู้มีอิทธิพล ผู้เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจมีส่วนร่วม เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป