ชาวสวนวอนตำรวจเร่งล่าตัวขโมยไม่เกรงกลัวกฎหมาย โจรย่องลักขี้ยาง 9 ครั้งซ้อน สูญกว่า 2 หมื่นบาท
ชาวสวนยางในพื้นที่ อ.สวี จ.ชุมพร สุดทน หลังถูกคนร้ายย่องขโมยขี้ยางพาราซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึง 9 ครั้งตลอดช่วงปี 2568-2569 สร้างความเสียหายกว่า 20,000 บาท แม้จะติดตั้งกล้องวงจรปิดและแจ้งความดำเนินคดีแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้

ผู้เสียหายเผยถึงคนร้ายมีพฤติการณ์เลือกก่อเหตุอย่างชำนาญ หลบหลีกจุดที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพได้ และเลือกขโมยเฉพาะต้นยางที่อยู่ในมุมอับ ทำให้ยากต่อการติดตามตัว สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวสวนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายสิริไพบูลย์ สิทธิรักษ์ อายุ 69 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ตำบลท่าหิน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นผู้ดูแลสวนยางพาราเนื้อที่ 13 ไร่ ว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี ได้ลงพื้นที่สวนยางพาราในหมู่ 6 ตำบลท่าหิน เพื่อตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน หลังเกิดเหตุคนร้ายลักขี้ยางพาราในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
นายสิริไพบูลย์ เปิดเผยว่า ตนได้รับหน้าที่ดูแลสวนยางพาราของน้องสาวภรรยา และตั้งแต่ช่วงปี 2568 เป็นต้นมา สวนแห่งนี้ตกเป็นเป้าหมายของคนร้ายที่ย่องเข้ามาขโมยขี้ยางพาราแล้วรวม 9 ครั้ง โดยหลังเกิดเหตุครั้งที่ 5 ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.สวี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี เนื่องจากมองว่าเป็นภัยต่อชาวสวนยางในพื้นที่

ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 คนร้ายได้ย้อนกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุในสวนของตนได้ โดยทราบเพียงว่ามีการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย แต่ไม่ใช่ผู้ที่ก่อเหตุในพื้นที่ดังกล่าว
นายสิริไพบูลย์ กล่าวต่อว่า แม้จะลงทุนติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อป้องกันการโจรกรรม แต่คนร้ายกลับมีความระมัดระวังและเลือกก่อเหตุในมุมที่กล้องไม่สามารถบันทึกภาพได้ สวนยางพาราแห่งนี้มีต้นยางมากกว่า 700 ต้น บนพื้นที่ 13 ไร่ โดยคนร้ายจะเลือกขโมยขี้ยางจากต้นที่อยู่นอกระยะกล้องทุกครั้ง

จากการประเมินความเสียหาย พบว่าคนร้ายลักขี้ยางไปครั้งละประมาณ 40 กิโลกรัม รวม 9 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 20,000 บาท ทำให้เจ้าของสวนและผู้ดูแลได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้วิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพื่อยุติพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวสวนยางในพื้นที่ พร้อมหวังว่าการสืบสวนจะสามารถขยายผลไปสู่การป้องกันเหตุลักษณะเดียวกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต.



