ข่าวเด่น

แฟนหนุ่มโหดยิงหัวแฟนสาวดับ

ชุมพรเดือด! แฟนหนุ่มยิงหัวแฟนสาวดับ ก่อนอุ้มส่งโรงพยาบาลแล้วเผ่นหนี ตำรวจบุกค้นห้องเช่าพบยาบ้า-ไอซ์เพียบ เปิดประวัติเคยติดคุกคดียา-ปืน-ลักทรัพย์

หนุ่มวัย 33 ปี ก่อเหตุยิงแฟนสาววัย 31 ปี กระสุนเจาะหางคิ้วซ้ายทะลุหลังหูขวา อุ้มร่างขึ้นรถเก๋งนำส่งโรงพยาบาล ก่อนอ้างจะไปตามญาติแล้วขับรถหลบหนี ทิ้งฝ่ายหญิงเสียชีวิต ตรวจค้นห้องเช่าพบรอยเลือด ซองปืน ยาบ้าและไอซ์ พร้อมอุปกรณ์เสพ ตรวจสอบประวัติพบเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติด-อาวุธปืน-ลักทรัพย์ เมื่อปลายปี 2568 ล่าสุดพบรถเก๋งถูกจอดทิ้งในปั๊มน้ำมันที่บางสะพานน้อย ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ร.ต.อ.สหชาติ สังข์สม รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลธนบุรี-ชุมพร ว่ามีหญิงถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งเข้ารับการรักษา ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ชายผู้นำส่งได้ขับรถหลบหนีไป จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและนำกำลังเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปนินทร โชติ รอง ผกก.สอบสวน และ พ.ต.ท.สกฤชญ สุขนิตย์ รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองชุมพร

ที่โรงพยาบาลพบผู้เสียชีวิตคือ น.ส.กัลยาณี สืบสาย อายุ 31 ปี ภูมิลำเนาอยู่ ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดบริเวณหางคิ้วด้านซ้าย กระสุนทะลุออกบริเวณหลังหูด้านขวา เจ้าหน้าที่จึงประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจเก็บพยานหลักฐาน

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายขับรถเก๋งสีดำพาผู้บาดเจ็บมาส่งบริเวณจุดรับผู้ป่วย เจ้าหน้าที่รีบเข้าช่วยเหลือนำร่างลงจากรถ เนื่องจากมีอาการสาหัสอย่างมาก โดยชายคนดังกล่าวอ้างว่าจะกลับไปตามญาติมาที่โรงพยาบาล ก่อนขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว และไม่กลับมาอีก กระทั่งผู้บาดเจ็บเสียชีวิต

ชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบรถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถยนต์โตโยต้า สีดำ ทะเบียน ชุมพร ตรวจสอบพบชื่อผู้ครอบครองอยู่ในพื้นที่ อ.ท่าแซะ ก่อนทราบว่าผู้ยืมรถไปใช้คือ นายเดชาพล จันทร์สินธุ์ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นหลานชายของเจ้าของรถ และเป็นแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต โดยพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าซอยสุขาภิบาล 1 ต.วังไผ่ อ.เมืองชุมพร

ตำรวจจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบห้องเช่า หมู่ 9 ต.วังไผ่ พบคราบเลือดจำนวนมากบริเวณห้องโถงและห้องนอน รวมทั้งซองปืนพกสีดำตกอยู่ภายในห้องนอน สอบถามข้อมูลเบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตพักอาศัยอยู่กับนายเดชาพลมาประมาณ 1 ปี

เจ้าหน้าที่ยังค้นพบยาเสพติดซุกซ่อนบริเวณโต๊ะวางของในห้องครัว ประกอบด้วยยาบ้า 1 ถุง ยังไม่ได้นับจำนวน และยาไอซ์ 2 ถุง ไม่ทราบน้ำหนัก พร้อมอุปกรณ์การเสพ ถุงพลาสติกสำหรับแบ่งบรรจุ และโทรศัพท์มือถือ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจเก็บร่องรอยและวัตถุพยานอย่างละเอียด

เพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงปืน 1 นัด จึงเปิดประตูออกมาดู พบ นายเดชาพล กำลังอุ้มร่าง น.ส.กัลยาณี ซึ่งมีเลือดไหลออกจากร่างกายจำนวนมาก ขึ้นเบาะหลังรถเก๋งโตโยต้าสีดำ ก่อนขับออกไปอย่างรวดเร็ว และไม่กลับเข้ามาที่พักอีกเลย

เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า ทั้งคู่อาจมีปากเสียงหรือทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง ก่อนฝ่ายชายใช้อาวุธปืนยิงแฟนสาว 1 นัด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนหลบหนีไป ทั้งนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและแรงจูงใจในการก่อเหตุ

จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและประวัติการต้องโทษจากกรมราชทัณฑ์ พบว่า นายเดชาพลเคยต้องโทษและเข้าออกเรือนจำหลายแห่ง ตั้งแต่ปี 2560 ถึงปี 2568 โดยล่าสุดพ้นโทษเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 จากเรือนจำชั่วคราวหนองนางแพรว ในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อาวุธปืน และลักทรัพย์ ก่อนจะมาเกิดเหตุยิงแฟนสาวเสียชีวิตในครั้งนี้

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.ท.สกฤชญ สุขนิตย์ รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองชุมพร ได้รับการประสานจากอาของผู้ก่อเหตุว่า นายเดชาพลได้โทรศัพท์แจ้งว่าจอดรถเก๋งคันที่ใช้ก่อเหตุทิ้งไว้ภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ริมถนนเพชรเกษม อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์

เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบรถเก๋งโตโยต้าสีดำ ทะเบียน กธ ชุมพร จอดอยู่บริเวณด้านหลังปั๊มน้ำมันจริง แต่ไม่พบตัวนายเดชาพล เนื่องจากหลบหนีไปก่อนแล้ว ตำรวจจึงประสานรถสไลด์นำรถกลับมาเก็บรักษาที่ สภ.เมืองชุมพร เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจหาร่องรอยและพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับนายเดชาพล ในข้อหาฆ่าผู้อื่น รวมถึงความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและยาเสพติด ก่อนเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.