ข่าวเด่น

รวบคู่หูขนยาไอซ์41กก.ค่าด่นปฐมพร

ตำรวจชุมพรปรับแผน “สับขาหลอก” รวบ 2 หนุ่มกระบี่ คาด่านปฐมพร ยึดไอซ์ 41 กก. แฉกลลวงแก๊งยา ทุ่ม 2 แสนซื้อเก๋งรุ่นเฉพาะ ขับขึ้นเชียงรายรับของ ก่อนมุ่งใต้

ตำรวจปรับแผนตั้งด่านตรวจช่วงเช้ามืด หลังคาดแก๊งค้ายาอาศัยรู้เวลาตั้งด่านหลบเลี่ยงการตรวจค้น ก่อนสกัดจับรถเก๋งต้องสงสัยที่ด่านปฐมพร รวบ 2 หนุ่มชาวกระบี่ พร้อมยึดยาไอซ์ 41 กิโลกรัม ซุกท้ายรถและแผงประตูทั้ง 4 บาน เผยเบื้องหลังใช้เงินสด 200,000 บาท ซื้อรถมือสองตามสเปกที่นายทุนกำหนด ขับจากภาคใต้ขึ้นเชียงรายรับยา ก่อนเดินทางกลับและถูกจับกุมได้ในที่สุด

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าจุดตรวจด่านปฐมพร หมู่ 9 ตำบลวังไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร พ.ต.ท.ปิยพล ฉัตรภูมิ หัวหน้าจุดตรวจปฐมพร พร้อมด้วย ร.ต.อ.สรายุทธ ส้มเขียวหวาน รอง สว.สส.สภ.เมืองชุมพร และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายสุชาติ หรือฟิต ไพนุศิลป์ อายุ 39 ปี และนายอัษฎาวุธ หรือฟิค อุทัยวัฒน์ อายุ 21 ปี ทั้งคู่มีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ พร้อมตรวจยึดของกลางยาไอซ์จำนวน 41 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 41 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีน้ำตาล ทะเบียน 3กช 3133 กรุงเทพมหานคร

พ.ต.ท.ปิยพล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาด่านปฐมพรมักตั้งจุดตรวจในช่วงเวลา 21.00–24.00 น. แต่กลับไม่ค่อยพบการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มผู้ค้าอาจทราบช่วงเวลาตั้งด่านและหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางในช่วงหลังเที่ยงคืน จึงปรับแผนปฏิบัติการด้วยการ “สับขาหลอก” เปลี่ยนเวลาตั้งด่านเป็นช่วง 02.00 น. ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเช้าตรู่ กระทั่งเวลาประมาณ 05.30 น. พบรถยนต์ต้องสงสัยและเรียกตรวจค้น จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาไอซ์ล็อตใหญ่ดังกล่าว

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ 2 จุด ได้แก่ บริเวณท้ายกระโปรงรถจำนวน 20 ก้อน และภายในซอกแผงประตูรถทั้ง 4 บานอีก 21 ก้อน รวม 41 ก้อน น้ำหนักประมาณ 41 กิโลกรัม

จากการสอบสวน นายสุชาติให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากชายชื่อ “นายเบียร์” ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งรู้จักกันขณะถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำภูเก็ต ว่าจ้างให้ไปรับยาเสพติดที่จังหวัดเชียงราย โดยเสนอค่าจ้าง 100,000 บาท

ต่อมา มีหญิงสาวซึ่งอ้างว่าอยู่ในพื้นที่จังหวัดตรัง ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์และสั่งให้ไปรับเงินสด 200,000 บาท ซึ่งบรรจุไว้ในถุงดำและนำไปวางทิ้งไว้บริเวณราวสะพานใกล้ค่ายทหาร อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เพื่อนำเงินไปซื้อรถยนต์สำหรับใช้ลำเลียงยาเสพติด

หลังรับเงิน นายสุชาติเดินทางจากสนามบินกระบี่โดยเครื่องบินไปลงสนามบินดอนเมือง ก่อนเดินทางต่อไปยังเต็นท์รถมือสองแห่งหนึ่งในเขตปริมณฑล เพื่อซื้อรถยนต์นิสสัน อัลเมร่า ด้วยเงินสดจำนวน 148,730 บาท โดยนายทุนได้ติดต่อประสานงานซื้อรถไว้ล่วงหน้าแล้ว

จากนั้น นายสุชาติและนายอัษฎาวุธสลับกันขับรถขึ้นเหนือ มุ่งหน้าไปยังจุดนัดหมายบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

นายสุชาติให้การต่อว่า เวลาประมาณ 20.00 น. มีชาย 2 คน สวมหมวก เสื้อผ้า และหน้ากากอนามัยสีดำ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีขาว มารับรถยนต์ไปดำเนินการซุกซ่อนยาเสพติด ก่อนนำรถกลับมาส่งคืนในอีก 2–3 ชั่วโมงต่อมา

หลังรับรถคืน ทั้งสองนำรถไปจอดพักค้างคืนที่รีสอร์ตบริเวณวัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ก่อนออกเดินทางกลับลงใต้ในเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม 2568 มุ่งหน้ากลับจังหวัดกระบี่

กระทั่งช่วงเช้ามืดวันที่ 26 ตุลาคม รถเดินทางมาถึงด่านปฐมพร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร และถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นจับกุมพร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 41 กิโลกรัม

นอกจากนี้ นายสุชาติยังให้การว่า ทราบเพียงว่าขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มนี้กำหนดให้ใช้รถยนต์นิสสัน รุ่นอัลเมร่า เท่านั้นในการลำเลียงยาเสพติด แต่ไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมต้องเป็นรถรุ่นดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองรายในความผิดเกี่ยวกับการร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป รวมทั้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วน นายสุชาติ ซึ่งเป็นผู้ขับรถ ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกรณีขับขี่ยานพาหนะขณะมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 อยู่ในร่างกายโดยผิดกฎหมาย

จากนั้น เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีและขยายผลติดตามนายทุน รวมถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งต้นทางและปลายทางมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.