ข่าวเด่น

จับแก๊งแต่งสูทหล่อขนไอซ์100กก.


ตำรวจด่านความมั่นคงชุมพร – ทหาร สกัดจับ “แก๊งใส่สูทหล่อ” ขับเก๋งขนไอซ์ 100 กก.ส่งชายแดนใต้

ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.ภ.8 สั่งการให้ พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร ป้องกันปราบปรามแก๊งก่ออาชญากรรมใช้ถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นสายหลัก และถนนสายรอง ในพื้นที่ จ.ชุมพร ซึ่งประตูสู่ภาคใต้  ในการก่ออาชญากรรมกระทำสิ่งผิดกฎหมายและลักลอบขนยาเสพติด อย่างเข้มงวด

ต่อมาเมื่อเวลา 05.16 น. วันที่ 16 มกราคม 2569 พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต พ.ต.ท.ชาตรี ทองจันทร์ สว.สส.สภ.บ้านมาบอำมฤต ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้ บ้านพละ ถนนเพชรเกษม ม.3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร สนธิกำลังร่วมกับทหาร ตั้งด่านตรวจพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน 7ขค 4561 กทม. ขับมุ่งหน้าลงมาทางภาคใต้ เจ้าหน้าที่จะเรียกขอตรวจสอบ เนื่องจากเป็นรถเก๋งเป้าหมาย

จากการตรวจสอบทราบคนขับชื่อ นายกุลพัฒน์ คงเพชรศรี บ้านอยู่ หมู่ 6 ต.วังใหญ่ อ.เทพา จ.สงขลา แต่งตัวใส่เสื้อเชิ๊ตคอปกแขนสั้นสีขาว สวมทับด้วยเสื้อสูทแขนยาวสีน้ำตาล นุ่งก่งเกงสแล็คสีน้ำตาล สวมรองเท้าชัทชูสีดำ ดูดีมีฐานะ แสดงกริยาท่าทีทำเป็นคนใจเย็น สุขุม บอกว่าเดินทางมาจากกรุงเทพฯ จะกลับบ้านที่ จ.สงขลา แต่เจ้าหน้าที่พบพิรุธสีหน้ามีความวิตกกังวล


เจ้าหน้าที่ตรวจค้นในรถเก๋งพบใต้เบาะที่นั่งหลังรถมีลักษณะทำเป็นช่องลับเก็บของ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการรื้อออกพบยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน วางเรียงทับซ้อนกับจำนวนหลายห่อ น้ำหนัก 100 กิโลกรัม จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมกับควบคุมตัว นายกุลพัฒน์คนขับรถเก๋งไปสอบสวนขยายผลที่ สภ.มาบอำมฤต

จากการสอบสวนทราบว่า นายกุลพัฒน์ คงเพชรศรี ผู้ต้องหา ซึ่งเป็น”แก๊งสูทหรู” ได้ลักลอบขนยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน มูลค่ามากกว่า 300 ล้านบาท มาจากชายแดนทางภาคเหนือ เพื่อนำไปส่งชายแดนใต้ในเขตพื้นที่ จ.สงขลา กระทั่งมาถูกจับได้ที่ด่านความมั่นคงประตูภาคใต้ บ้านพละ เสียก่อน


เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาในฐานความผิด “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่1(ไอซ์หรือเมทแอมแฟตามีน)โดยเป็นการกระทำที่มีลักษณะการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย” และได้ขยายผลทราบถึงเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานออกมาจับนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป.